[Inspiration ]  [article] 7 วิธี รับมือกับอาการ Post-holiday blues ​

 
 
 
7 วิธี รับมือกับอาการ Post-holiday blues
 
ฟื้นตัวกันหรือยังคะ จากภาวะอาลัยอาวรณ์วันหยุดยาวที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป….
เบื่อ เฉา เหงา เซ็ง ซึม เฉื่อย ขาดพลัง ไม่อยากไปทำงาน
บางคนถึงขนาดซึมเศร้า  ไม่อยากย่างกรายเข้าไปในออฟฟิศ!!!
อย่าได้แปลกใจ อาการแบบนี้ เค้าเป็นกันทั้งบ้านทั้งเมืองแหละค่ะ
เป็นภาวะเฉาหลังวันหยุดยาว หรือที่เรียกว่า Post-holiday blues
 
          Post-holiday blues บางคนเรียก Post-vacation blues เป็นอาการเบื่อๆเฉาๆ หลังกลับจากการเที่ยวพักผ่อนในวันหยุดติดต่อกันหลายวัน อาการเฉาหลังวันหยุดยาว เกิดขึ้นได้ทั้งกับคนวัยเรียนและวัยทำงาน  แต่จะไม่เกิดกับคนที่ Enjoy working  หรือผู้ที่มี Passion กับงานที่ทำ  เพราะเขาจะมีความสุขได้ทุกวัน หากคุณเป็นประเภทนี้ ก็ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ
 
          บางคนปรับตัวเร็ว วิญญาณก็คืนร่างได้เร็ว แต่บางคนน่าห่วง ลากยาวไปเป็นอาทิตย์!! ทำงานแบบซังกะตาย ไร้ประสิทธิภาพ ล้มป่วยง่าย เพราะความตึงเครียดทำให้ระบบภูมิคุ้มกันลดต่ำลง อย่าปล่อยให้สภาวะจิตใจย่ำแย่มากไปกว่านี้เลยนะคะ รีบฉุดตัวเองขึ้นมา ยอมรับเถอะว่า วันสำราญมันผ่านพ้นไปแล้ว  กลับมาอยู่กับความเป็นจริงเสียที ตั้งหลักใหม่ ชีวิตยังต้องเดินหน้าต่อค่ะ
 
          วันนี้มีข้อคิดมาแบ่งปัน ไม่มีอะไรอ้างอิง และอาจไม่ตรงกับความเห็นของผู้รู้หลายๆท่าน เพราะมาจากประสบการณ์ตรง ลองทำดูนะคะ แม้เพียง 1 ข้อ ก็ยังดี  เชื่อว่าอาการเฉาเซ็งหลังวันหยุดยาว จะดีขึ้น ถึงขั้นหายไปอย่างรวดเร็ว
 
7 วิธี รับมือกับ Post-holiday blues

1. เคลียร์บ้านและงานที่คั่งค้าง 
ในกรณีที่คุณต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ก่อนวันหยุดยาว  น่าจะหาเวลาเคลียร์บ้านและงานคั่งค้างให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นงานสำนักงาน หรืองานบ้าน อาทิ เสื้อผ้ากองโต หรือถ้วยชามใช้แล้ว ที่กองเป็นภูเขา อย่าคิดง่ายๆว่า กลับมาค่อยทำ เพราะสิ่งเหล่านี้ จะเป็นอาหารอันโอชะให้กับหนู แมลงสาบ และบ่มเพาะเชื้อโรคเป็นอย่างดี
 
          ที่สำคัญ คุณคงไม่อยากกลับมาเห็นความสกปรก ไร้ระเบียบ เป็นแน่ เพียงแค่เห็น หรือรับรู้ว่ายังมีภารกิจตกค้าง คุณก็เหนื่อยแล้ว    การเคลียร์งานที่ยังค้างอยู่ จะทำให้คุณหยุดพักผ่อนอย่างสบายใจ โดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง  วันหยุดสุขสำราญให้เต็มที่ อย่าให้สิ่งคาค้าง มาทำลายความสุขของคุณเลยค่ะ
 

2. เดินทางกลับก่อน 1 วัน
หากคุณมีวันหยุดหลายวัน ให้ลองวางแผน เดินทางกลับล่วงหน้า 1 วัน อย่างน้อย ก็ลดปัญหาเสียเวลาจากรถติดยาวได้  ที่สำคัญ คุณจะได้มีเวลาเคลียร์ตัวเอง จัดของ เก็บล้าง และเปิดโอกาสให้ปรับตัวปรับใจเปลี่ยนโหมดชีวิตพร้อมรับการทำงานในวันรุ่งขึ้น
พูดง่ายๆ มีเวลาชิลๆ ในสิ่งแวดล้อมเดิมๆอีกวัน
 
3. ทำกิจกรรมพิเศษ
วันแรกของการทำงานภายหลัง Long weekend แม้จะยุ่งแค่ไหน ก็อย่าปล่อยให้ก้นติดหนึบอยู่บนเก้าอี้แบบโงหัวไม่ขึ้น  เวลาพัก ก็ต้องพัก หลังเลิกงาน  หากเป็นไปได้ ให้นัดสังสรรค์กับเพื่อน ทานอาหารมื้อพิเศษ ดูภาพยนตร์ หรือออกกำลังกาย เข้าฟิตเนส จ๊อกกิ้ง หรือเดินเล่นสบายๆตามสวนสาธารณะ
 
อย่าจมอยู่กับอารมณ์เบื่อหน่ายนะคะ เพราะคุณอาจจะต้องทรมานกับอาการเฉื่อยซึมไปอีกหลายวัน หรืออาจยาวไปถึง Long weekend ต่อไป
 
เร็วเร้ว…ลุกขึ้นมาขยับตัวกันค่ะ
 
4. ปรับท่วงท่า อิริยาบถ
ข้อนี้สำคัญมากๆ เพราะท่วงท่า อิริยาบถ มีผลต่ออารมณ์ด้วยเหมือนกัน ส่วนมาก เราจะรู้เพียงว่า เมื่ออารมณ์เป็นอย่างไร จะมีผลต่อร่างกายอย่างเด่นชัด เช่น เมื่อผิดหวัง เศร้า ท้อแท้ อาการไหล่ห่อ คอตก ก็ตามมา
          ในอีกแง่หนึ่ง ที่หลายคนมองข้าม  ท่วงท่า อิริยาบถ กริยาอาการ หรือพฤติกรรมที่แสดงออก ส่งผลกระทบต่อจิตใจได้อย่างน่าอัศจรรย์ เช่น เพียงเรายืดอก นั่งตัวตรง จะทำให้เรามีความมั่นใจในตัวเองสูงขึ้น  การลุกขึ้นยืน เชิดหน้าขึ้น มีผลให้อารมณ์โศกเศร้า หรือหดหู่ ลดน้อยลง  ในทางตรงกันข้าม หากท่วงท่าของเราเป็นไปในลักษณะปวกเปียก ไหล่ห่อ คอตก แม้จะไม่มีเรื่องกระทบใจใดๆ ก็ส่งผลให้สภาวะอารมณ์ที่ปกติกลับห่อเหี่ยว ขาดพลังได้เช่นกัน
          ดังนั้น เวลา 8 ชั่วโมงในสำนักงาน ขอให้มีสติ เมื่อรู้ตัวว่า เริ่มนั่งตัวงอ คล้ายคนอ่อนแอ ปวกเปียก อมทุกข์ ให้ยืดตัวขึ้น ปรับท่วงท่าให้สง่างาม หรือบางท่านที่เดินช้า อืดอาด ลองสาวเท้าให้เร็วขึ้น
 
เพียงปรับท่วงท่า อารมณ์ของเราก็เปลี่ยนไปแล้ว ลองทำเดี๋ยวนี้เลยนะคะ
 
5. เข้าร้านเสริมสวยเปลี่ยนลุคตัวเอง
ตัดผม ซอยผม หรือทำอะไรใหม่ๆกับผม ให้สบายหัว ดูเป็นคนใหม่
เวลาเครียดๆ หลายๆคน โดยเฉพาะสุภาพสตรี หากได้เข้าร้านตัดผม มักพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกดีจัง การเข้าร้านตัดผม จึงเป็นการเยียวยาอย่างหนึ่ง สำหรับรักษาอาการเบื่อเซ็ง
          ถ้าไม่อยากเสียตังค์ให้ช่าง ก็ลองเกล้าผม มัดผม หรือผูกเปีย ถ้าผมซอยสั้น ลองใส่เจล แล้วเสยขึ้นโชว์หน้าผาก เสริมโหงวเฮ้งให้ตัวเองเสียเลย 
อีกทางเลือกหนึ่ง หาผ้าลายดอกหรือสีสันสวยๆมาโพกผมให้เก๋ไก๋เสียเลย ลองทำดูค่ะ ถ้าไม่ดีขึ้น ให้มันรู้ไป!!!

6. Shopping หรือ ซื้อของที่อยากได้มานาน
ข้อนี้ชัดเจนมากค่ะ เหมือนให้รางวัล หรือปลอบโยนตัวเอง  แต่ทางออกนี้ อาจทำให้คุณสิ้นเปลืองมากขึ้น คงต้องใช้ดุลยพินิจหน่อยนะคะ
ถ้าขาดสติ คุณอาจเผลอเสพย์ติดการช้อป (Shopping addict) และมีข้ออ้างที่น่าสงสารให้ตัวเองเสมอว่า “ ฉันกำลังเยียวยาตัวเอง ”
          มีข้อแนะนำง่ายๆ ถ้าเล็งเสื้อผ้า กระเป๋า หรือรองเท้า อะไรก็แล้วแต่ ให้ตัดใจซื้อตามงบที่มี เมื่อกลับถึงบ้าน  ให้นำของเก่าออกบริจาคให้เพื่อน ผู้ยากไร้ หรือองค์กรที่รับบริจาคอย่างน้อย 1 ชิ้น   การทำเช่นนี้ นอกจากจะช่วยคลายอาการเฉาหลังวันหยุดยาวแล้ว ยังเป็นการฝึกโยคะนอกเสื่อ (Yoga off the mat) ในข้อที่ว่าด้วย Aparigraha  เป็นการปฏิบัติธรรมในอีกรูปแบบหนึ่ง
 
หมายเหตุ  Aparigraha หมายถึงการสละออก ไม่โลภ ไม่สะสม เป็น 1 ใน 5 ข้อของการฝึกกาย ใจ จริยธรรม ที่เรียกว่า  “ยมะ” หรือ Yama (Universal morality) ซึ่งเป็นหนึ่งในมรรคแปดของโยคะนั่นเอง
 

7. ฝึกโยคะ
การฝึกโยคะ มีประโยชน์ต่อสุขภาพกายและใจ ควรฝึกโยคะให้เป็นกิจวัตรประจำวัน
          ในช่วงเวลาที่พลังงานต่ำ โดยเฉพาะภาวะเฉาหลัง Long weekend   ท่าฝึก หรือเซทการฝึก ควรเป็นรูปแบบที่เพิ่มพลังงาน และช่วยให้ตื่นตัว เช่น Energizing flow หรือ  Chest expansion เพราะจะช่วยยกจิตขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว
 
          บางท่า หรือบางเซทการฝึก ที่เน้นผลในเรื่องความสงบผ่อนคลาย การฝึกในช่วงเวลานี้ อาจไม่ช่วยเยียวยาอาการเซื่องซึม รายละเอียดความเหมาะสม อาจสอบถามจากครูผู้สอนโดยตรง หรือ ทดลองฝึก แล้วหมั่นสังเกตความรู้สึกที่เปลี่ยนไป 
 
          โยคะมหาสติ หรือที่เรียกว่า “Kaoshikii dance” เป็นท่าเต้นที่ช่วยต้านและบรรเทาอาการจิตตก ซึมเศร้า หดหู่ ท้อแท้ ขาดพลัง ได้ดีและเห็นผลเร็วมาก  ลองฝึกตามไปทีละขั้นตอน แล้วอย่าลืมสังเกต Before และ After ด้วยนะคะ
 
 
ก่อนและหลังฝึก สภาวะอารมณ์ (Emotional state) จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ถ้าฝึกต่อเนื่อง คุณจะฟิตได้อย่างรวดเร็ว
 
********  
หากทำทุกข้อแล้ว ไม่ได้ผลเลย
อาจถึงเวลาที่คุณต้องกลับมาทบทวนตัวเองว่า งานที่คุณทำอยู่ในตอนนี้ เป็นงานที่ใช่สำหรับคุณหรือไม่ ถ้าเป็นงานที่ไม่ถนัด คุณพร้อมไหม สำหรับการเรียนรู้ หรือฝึกฝนเพิ่มพูนทักษะใหม่ๆ
หากเป็นงานที่คุณไม่ชอบ และต้องฝืนทนเพื่อแลกกับค่าตอบแทนรายเดือน คุณพร้อมไหม ที่จะออกมาจากกรอบ แล้วค้นหาสิ่งที่จะช่วยเติมเต็ม
***********
 
          การรอคอยวันหยุดยาว เหมือนการตั้งเงื่อนไขความสุขไปที่อนาคต ทำให้คุณภาพของปัจจุบันลดน้อยลงไปอย่างน่าเสียดาย

          การมองชีวิตด้วย Mindset ใหม่เกี่ยวกับความสุขใกล้ตัว เช่น เรายังมีสุขภาพดี มีงานทำ มีเงินใช้  มีข้าวกินทุกวัน มีบ้าน มีรถ มีคนที่รัก จะทำให้เรามีความสุขได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องโหยหาความสุขที่ยังมาไม่ถึง   มุมมองนี้คือการมีสติอยู่กับปัจจุบันนั่นเอง

          วันหยุดยาวที่แสนชื่นมื่นผ่านพ้นไปแล้ว พร้อมกับความสุขหรรษา ก็เลือนหายไปจากเราเหมือนเช่นทุกครั้งมาเยียวยาจิตใจให้ฟื้นจากอาการ Post-holidays blues มองหาสิ่งดีๆในปัจจุบันแล้วมีความสุขกับสิ่งที่เรามีกันเถอะค่ะ วันนี้เลย ไม่ต้องรอคอย Long weekend หน้า ขอให้ทุกคนฟื้นตัวไวๆนะคะ
……………………………………………………
 
          ขอขอบคุณน้องเอ๊กซ์ อิทธิศักดิ์ เลอยศพรชัย ประธานมูลนิธิสหธรรมิกชน ที่คอยสนับสนุนให้เขียนบทความ ให้ข้อเสนอแนะ ชี้นำสิ่งที่มีประโยชน์   ขอบคุณที่เป็นลมใต้ปีก ให้เกิดการขับเคลื่อนไปข้างหน้า แม้จะช้า…แต่น้องก็ยังคงอดทน…

ครูติม M.B.A yoga... (Mind & Body & Awareness yoga)
“โยคะนอกกระแส” (ธรรมะ + โยคะ + จิตวิทยา)
โยคะง่ายๆ การเดินทางสู่ภายใน...สำหรับคนรุ่นใหม่ เพื่อความสงบสุขอย่างแท้จริง

ติดตามข่าวสาร แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เดินทางไปด้วยกันได้ที่

FB Fanpage : ครูติม MBA.yoga
FB Group : โยคะ นอกกระแส(ธรรมะ โยคะ จิตวิทยา)
YOUTUBE : 
PEACEandFUN retreat
FB Fanpage : มูลนิธิสหธรรมิกชน Sahadhammikchon Foundation
Created date : 18-04-2018
Updated date : 19-04-2018

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles