[Smart Choice ]  [article] เรื่องราว ของ...ลุง แซนด์วิช หรือ ศริวัฒน์แซนด์วิช นักสู้วิกฤตชาติ

 
 
 
      20 ปีก่อน คงไม่มีใครลืมวิกฤตเศรษฐกิจปี 40 หรือฟองสบู่แตกลงได้ หลังรัฐบาลประกาศลอยตัวค่าเงินบาท เศรษฐกิจพังครืน เศรษฐีกลายเป็นยาจกชั่วข้ามคืน ผู้คนตกงาน จำนวนไม่น้อยตัดสินใจฆ่าตัวตายจนเป็นข่าวรายวัน ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือบาดแผลครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทย
        ศิริวัฒน์ วรเวทวุฒิคุณ คือหนึ่งในตัวละครสำคัญ อดีตเซียนหุ้นผู้ถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย มีหนี้สินติดตัวนับพันล้าน ต้องผันตัวมาเป็นพ่อค้าขายแซนด์วิชข้างถนน ด้วยหัวใจไม่ยอมแพ้ กัดฟันสู้ล้มแล้วลุก จนกลับมายืนได้อีกครั้งทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนทั้งประเทศ

      ในโอกาสครบรอบ 20 ปีวิกฤตฟองสบู่ ชายวัย 67 ปีผู้นี้จะมาถ่ายทอดประสบการณ์อันล้ำค่าแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา เพื่อเป็นอนุสติแก่คนที่กำลังท้อแท้ ท่ามกลางสถานการณ์น่าเป็นห่วงในยุคปัจจุบัน
ย้อนรอยวิกฤตฟองสบู่แตก วันที่คนไทยล้มทั้งยืน


++++++++++

 

ภาพจาก : marketeer

 
      ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปี 2540 นักลงทุนในตลาดหุ้นไม่มีใครไม่รู้จัก "ศิริวัฒน์ วรเวทวุฒิคุณ" กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์เอเชียจำกัด โบรคเกอร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ผู้ได้รับฉายาจากสื่อมวลชนว่า อัศวินม้าขาวจากผลงานการทำกำไรหลายพันล้านให้กับบริษัทมากมาย

      >> หลังเรียนจบด้านบริหารการเงินจากมหาวิทยาลัยเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ก็กลับมาทำงานตามบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ต่างๆ จนได้เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์เอเชียจำกัดตั้งแต่อายุ 29ช่วงนั้นตลาดการลงทุนบูมสุดๆ

       >> ผมเคยทำกำไรจากหุ้นได้มากสุดวันละ10ล้านบาท มีสื่อเชิญไปออกรายการมากมาย เรียกได้ว่าเป็นไอดอลของนักลงทุน ผมหาเงินได้เยอะมาก เป็นคนที่ไม่ว่างเลย ต้องโทรศัพท์ตลอด เช็คข่าวเช็คหุ้น พอมีเงินก็ส่งลูกไปเรียนเมืองนอก ช่วงนั้นผมพักอาศัยอยู่คอนโดมิเนียมเดียวกับ คุณเจริญ ศิริวัฒนภักดี มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมืองไทย

     >>  ก่อนจะเกิดวิกฤตฟองสบู่ ไทยถูกมองว่าเป็นเสือเศรษฐกิจตัวใหม่ของเอเชีย ทุกคนใช้เงินลงทุนกันเพลิน นักลงทุนเมื่อคิดใหญ่แล้วเงินไม่พอก็ไปกู้เงินจากสถาบันการเงินต่างๆ โดยเฉพาะในต่างประเทศซึ่งสามารถกู้ได้โดยตรงไม่ต้องผ่านแบงก์ แถมดอกเบี้ยน้อยกว่าในประเทศ ก็เลยแห่กันไปกู้เงินจำนวนมากมาทำธุรกิจ
 
      ผมกู้เงินลงทุนสร้างคอนโดมิเนียมที่เขาใหญ่ห้องละ 5 ล้าน ขายเฉพาะคนรวยเท่านั้น ใช้การลงทุนในตลาดหุ้นแบบมาร์จิน (Margin) อธิบายง่ายๆ คือ กู้เงินมาลงทุน พอหุ้นตกก็ถูกบังคับขาย (Forced Sell) พอขายหุ้นจนหมดที่เหลือก็คือหนี้

 

ภาพจาก : wisethailand
 
     [ ยกตัวอย่างเช่น  มีหนี้อยู่ 100 ล้าน พอหุ้นตกก็ขายได้ 70 ล้าน เหลือหนี้ 30 ล้าน ดอกเบี้ยก็เดินไปเรื่อยๆ พอเศรษฐกิจมีปัญหา คอนโดที่ผมขายถูกลูกค้าทิ้งเงินดาวน์ ลูกค้าซื้อห้องราคา 30 ล้าน เงินดาวน์ 10 % เป็นเงิน 3 ล้านบาท เมื่อลูกค้าทิ้งเงินดาวน์ ส่วนที่เหลือ 27 ล้าน ผมก็ต้องรับผิดชอบทั้งหมด ]

      ซึ่งเศรษฐกิจตอนนั้นจะไปขายใครก็ไม่ได้ ผมถูกบังคับให้ขายหุ้นไปแล้ว 70 % แต่ 30 % ยังอยู่ ดอกเบี้ย 17-19 % ทบกันไปมาสุดท้ายจากหนี้ไม่กี่ล้านกลายเป็นพันล้าน ศิริวัฒน์จำได้แม่นถึงวันที่เรียกประชุมพนักงานบริษัทซึ่งมีอยู่ 40 คน เพื่อแจ้งว่าบริษัทต้องปิดตัว ตอนนั้นพนักงานครึ่งหนึ่งลาออก อีกครึ่งหนึ่งกำลังมืดแปดด้าน ไม่มีที่ไป เพราะช่วงนั้นมีแต่บริษัทปิดตัว งานหายาก ลูกน้องจึงมองเขาไม่ต่างจากที่พึ่งสุดท้าย

 
"คำสอนหนึ่งที่ได้มาจากคุณพ่อคุณแม่คือ อย่าทิ้งลูกน้อง เพราะเขาเหมือนครอบครัวเดียวกับเรา ถ้าไม่มีเขา เราก็ไม่มีวันนี้"

 
 
ภาพจาก : posttoday

 
[ นี่คือจุดเริ่มต้นของตำนานคนสู้ชีวิตที่จะได้รับการกล่าวขานในอีกหลายสิบปีถัดมา ]
 
      จากเศรษฐีร้อยล้านสู่พ่อค้าแซนด์วิชข้างถนน หลังจากศิริวัฒน์คิดได้ว่าเขาไม่ใช่เซียนหุ้น ไม่ใช่เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์คนเก่าอีกต่อไป บทเรียนแรกที่ได้รับในวันที่ล้มคือ อย่าอายทำกิน

 
 
       เหตุผลที่เลือกขายแซนด์วิชเพราะไม่ต้องลงทุนมาก ผมเช่าตึกแถวห้องเดียวที่ถนนจันทร์ เอาโต๊ะ 4-5 ตัวมาวางพลาสติกคลุมก็ทำแซนด์วิชกันตรงนั้นเลย
      
       วันแรกวางขายที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เขาให้พื้นที่เป็นโต๊ะเล็กๆ 1 ตัวทำไปขาย 20 ชิ้น ชิ้นละ 25 บาท ถือว่าแพงมาก เจ้าอื่นขายแค่ชิ้นละ 8-10 บาท กว่าจะขายหมดใช้เวลา 6 ชั่วโมง หักลบต้นทุนแล้วเหลือไม่เท่าไหร่ ขืนยังเป็นแบบนี้คงไปไม่รอดแน่ๆ

      ผมจึงเริ่มขายเอง เอาหน้าตัวเองนี่แหละเป็นพรีเซนเตอร์ เอาหน้าตัวเองไปให้คนเห็นว่าผมนี่แหละเซียนหุ้น ทำธุรกิจเจ๊ง ต้องมาขายแซนด์วิช อุดหนุนผมหน่อย (หัวเราะ)

       ใช้วิธียืนถือกล่องคล้องคอขาย แรกๆ ยืนขายหน้าธนาคาร คนไม่รู้จัก มองอย่างเดียวแต่ไม่ซื้อ บางวันรปภ.มาไล่ พอไล่ผมก็เดินหนี เผลอก็กลับมายืนใหม่

 
ภาพจาก : posttoday
 
      [ ข้อดีของการขายสินค้าเคลื่อนที่คือ จุดไหนขายไม่ดี ก็สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย แค่เดินย้ายจุด ]

      ครั้งหนึ่งขณะกำลังยืนขายแซนด์วิชอยู่ริมถนนพระราม 4 เพื่อนคนหนึ่งขับรถผ่านมาเปิดกระจกตะโกนถามว่า"ดี๋ยวนี้ขายแซนด์วิชแล้วเหรอ''การทักทายอันห่างเหินเย็นชาแทนที่จะลงมาทักทายตามประสาเพื่อนเก่ากลับเปิดกระจกคุยกันราวกับคนแปลกหน้า ทำให้ศิริวัฒน์รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ

     
ถามว่าอายไหม? อายนะ แต่หลังพิงฝาแล้ว  ก็บอกตัวเองว่าต้องหน้าด้านต่อไปวะ ยืนตากแดดแบกกล่องแซนด์วิชขายตามหน้าธนาคาร หน้าโรงเรียน วัด สถานที่ท่องเที่ยว เดินไปตามตรอกซอกซอยยันริมฟุตบาท

      เคยโดนเทศกิจจับขึ้นรถมาแล้วแต่พูดจนเขายอมปล่อยตัว แม้กระทั่งรุ่นพี่ผมยังเคยชี้หน้าด่าว่า ทำไมไม่ไปทำอย่างอื่น ใช้หัวสมอง ความรู้ความสามารถ Connection ทำอย่างอื่นที่มันใหญ่กว่าการขายแซนด์วิช ก็ตอบไปว่าผมติดแบล็กลิสต์จะยืมเงินญาติเขาก็ไม่ให้ ก็เลยต้องพึ่งตัวเอง

 
 
      กลเม็ดการขายตามแบบฉบับของศิริวัฒน์แซนด์วิชคือ ไม่ตื๊อ ไม่ยัดเยียด หากลูกค้าต้องการก็จะเดินมาซื้อเอง วันนี้อาจลองซื้อชิม วันหน้าถ้าติดใจเขาจะกลับมาซื้อเอง แค่ทำสินค้าให้ดีไว้ในทุกๆ วันก็พอ
คืนความสุขให้สังคม

     
ไม่น่าเชื่อว่า ผ่านมา 20 ปี วันนี้ศิริวัฒน์ลุกขึ้นสู้จนสามารถปลดหนี้พันล้านบาทได้สำเร็จ พ้นจากสถานะบุคคลล้มละลาย กลายเป็นตำนานคนสู้ชีวิตที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนนับล้าน

  วันนี้ขอรวยแบบพอเพียง

      ผมเคยร่ำรวย แต่รวยคนเดียว ในที่สุดผมก็เจ๊ง วันนี้ผมพลิกกลับมาได้เพราะสังคมช่วยผม อุดหนุนผม เขาช่วยเรา ทำให้ชีวิตเรามีค่า วันนี้ชีวิตผมเป็นคนมีค่าแล้ว ผมก็ต้องทำให้ชีวิตคนอื่นมีค่า เหมือนกับที่สังคมทำให้ชีวิตผมมีค่า
 
      "บทเรียนชีวิตที่ได้มาจากช่วง 20 ปีที่ผ่านมาคือ รู้จักพอ อย่าประมาท อย่าโลภ พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี อย่าไปเบียดเบียนคนอื่น ประสบการณ์ชีวิตที่ได้มาไม่ใช่เงินทองยศถาบรรดาศักดิ์ที่จะทำให้เรารวยอย่างมีความสุข หรือประสบความสำเร็จในชีวิต"
      
    
       ทั้งหมดนี่คือบทเรียนล่ำค่าที่แลกมาด้วยการล้มลุกคลุกคลาน หยาดเหงื่อ และคราบน้ำตา เป็นสิ่งที่ศริวัฒน์เต็มใจจะบอกเล่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้อื่น ภายใต้ความหวังว่าจะไม่มีใครผิดพลาดเหมือนเขาอีก


ติดตาม ศิริวัฒน์แซนด์วิช ได้ที่ 
Facebook : 
Sirivat Sandwich ศิริวัฒน์แซนด์วิช


ข้อมูล / เรียบเรียง : นิว 
Created date : 22-05-2018
Updated date : 04-06-2018
Post by : Letter Planet Reporter
บทความคัดสรรค์ จากทีมงาน LetterPlanet.com
ติดตามแฟนเพจของพวกเราได้ที่ LetterPlanet

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles