[Smart Choice ]  [article] ทำความรู้จัก เชฟป้อม ม.ล. ขวัญทิพย์ เทวกุล ในมุมที่น้อยคนจะรู้จัก

 
 
 
      “เตือนแล้วนะ! ” วลีเด็ดสุดปังจากรายการ MasterChef Thailand ที่เราได้ยินทีไร เป็นต้องสะดุ้งแทนผู้แข่งขันทุกที กับความโหดแบบห่วงๆ ของ “เชฟป้อม – ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล” ที่ใครก็บอกว่าเธอเฮี้ยบ! เธอดุ! เธอเป็นเหมือนพี่ว้ากในรายการ!

      ทั้งที่จริงๆ แล้วเชฟป้อมเป็นคนมุ้งมิ้งและน่ารักมากๆ เลยนะ เอาเป็นว่าถ้ายังไม่เชื่อ เรามาทำความ รู้จักเชฟป้อมให้มากขึ้นกัน

      “เชฟป้อม” หรือ ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล เจ้าของฉายา “หม่อมป้า” แห่งรายการ MasterChef Thailand เป็นผู้เชี่ยวชาญอาหารไทยตำรับชาววัง และอาหารไทยโบราณ ชนิดหาตัวจับยาก!
 


ภาพจาก : kwantipdevakula


      เชฟป้อมเกิดในราชกุลเทวกุล และเติบโตในวังเทวะเวสม์ ซึ่งถือเป็นครอบครัวคนทำอาหาร เนื่องจากหม่อมย่า (ม.ร.ว.สอางค์ เทวกุล) เป็นคนทำอาหารเก่ง โดยเฉพาะเมนูอาหารฝรั่ง ส่วนแม่ครัวของหม่อมย่านั้นก็ถนัดอาหารไทยโบราณ 


      ทำให้เชฟป้อมได้มีโอกาสเข้าไปเป็นลูกมือในครัวตั้งแต่เด็กๆ เชื่อหรือไม่ว่า อายุแค่ 5 ขวบ เชฟก็ถูกหัดให้จับมีดทำอาหารแล้วได้รับการถ่ายทอดสูตรอาหารไทยโบราณมาจากแม่ครัวของหม่อมย่า ซึ่งเป็นคนหวงสูตรมาก

     ขนาดที่ต้องลงมาแอบทำอาหารเงียบๆ คนเดียวตอนเที่ยงคืน จนมีฉายาว่า
“แม่ครัวมิดไนท์” แต่แม้จะหวงสูตรยังไง เมื่อเห็นว่าเชฟป้อมมีพรสวรรค์ในด้านนี้ จึงยอมส่งต่อสูตรให้แต่โดยดี ซึ่งเชฟป้อมก็จดไว้อย่างละเอียดเลยทีเดียว

 
ภาพจาก : The101

       การอยู่ในครอบครัวคนทำอาหาร เคยทำให้เชฟป้อมรู้สึกอึดอัดจนอยากหนีไปให้ไกล ความฝันในวัยเด็กของเชฟจึงไม่เคยคิดอยากเป็นเชฟเลย มีแต่อยากเป็น

  • เป็นทนาย
  • เป็นนักบัญชี
  • เป็นนักร้อง แต่สุดท้ายก็สอบติดที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ภาพจาก : kwantipdevakula

       จุดเริ่มต้นของความรักในการทำอาหาร เริ่มจากตอนเชฟป้อมย้ายตามอดีตสามีไปอยู่อเมริกา ด้วยความที่อาหารไทยหากินยากมากๆ ทำให้ต้องขุดเอาสูตรอาหารทั้งหลายที่เคยเห็นผ่านตาและเคยจดไว้ออกมาทดลองทำ

      จึงกลายเป็นความสนุก และเริ่มชื่นชอบการทำอาหารในที่สุด เชื่อไหมว่าเชฟป้อมไม่เคยไปเรียนทำอาหารจากสถาบันใดๆ เลยด้วยนะ 
เชฟป้อมเป็นปรมาจารย์ด้านอาหารไทย แต่ไม่ชอบให้ใครเรียกว่าเชฟ!

      เพราะคำว่าเชฟไม่ได้หมายถึงแค่คนปรุงอาหารเท่านั้น แต่ยังต้องบริหารจัดการ ดูแลความเป็นอยู่พนักงาน และคำนวณ กำไร-ขาดทุน ซึ่งไม่ใช่งานที่สนุกเอาซะเลย

      เชฟป้อมเคยเปิดร้านอาหารไทยประยุกต์ ชื่อ Deva แต่การทำร้านอาหารทำให้เชฟป้อมทั้งเหนื่อยและเครียดจนแทบไม่มีแรงคิดสร้างสรรค์อะไร ทำให้เมื่อมีคนมาขอซื้อต่อ จึงรีบขายร้านให้ด้วยความยินดี




 

เคยมีพ็อกเก็ตบุ๊กสูตรอาหารไทยเป็นของตัวเองด้วย ในชื่อ 

“สำรับ”

      มีทั้งหมด 5 เล่มด้วยกัน เล่มละกว่า 250 เมนู ปัจจุบันกลายเป็นหนังสือหายากมากๆ ไปแล้วเรียบร้อย...

     ปัจจุบันงานของเชฟป้อมคือ Food Creator ซึ่งเป็นงานที่จะคิดเมนูอาหารตามวัตถุดิบ หรือโจทย์ที่ลูกค้ามอบหมายมา ใช้ความคิดสร้างสรรค์มากๆ เลย






 

ภาพจาก : Pinterest

 

       "พะโล้ไข่เค็ม" คือเมนูเด็ดของเชฟป้อม ที่ลูกชายทั้ง 3 คนโหวตว่าอร่อยมาก
 

  
ภาพจาก : Cpbrandsite
 

       ส่วน ไข่เจียว นั้นบ้านเชฟป้อมชอบกินกันแบบนิ่มๆ เพราะไข่เจียวกรอบๆ พอกัดไปแล้วเชฟป้อมรู้สึกว่าน้ำมันเยอะจัง และเชฟป้อมไม่ชอบให้ใครพูดคำว่า “กินไม่เป็น” เพราะทุกอย่างควรเริ่มจากการลองดู
 

      “น้ำพริก” คือเมนูโปรดของเชฟป้อม เพราะดีต่อสุขภาพ กินได้ไม่เบื่อ มีทั้งปลาและผักเป็นเครื่องเคียง และแน่นอนว่าถ้าให้เปรียบตัวเองเป็นอาหารสักอย่าง เชฟป้อมก็คิดว่าตัวเองเหมือนน้ำพริกกะปินี่แหละ เพราะมีทั้งความเปรี้ยว เค็ม หวาน และเผ็ดอยู่ในตัว! 


ภาพจาก : kwantipdevakula
 

       นอกเหนือจาก เรื่องอาหาร เชฟป้อมยัง ชอบ ออกกำลังกายเป็นประจำ อาทิตย์ละ 5 วัน เพราะการทำงานในครัวต้องแข็งแรงมากๆ ต้องยกกระทะและหม้อหนักๆ ใครตาม IG เชฟป้อมจะรู้เลยว่าไปออกทริปปั่นจักรยานบ่อยมาก
 


ภาพจาก : kwantipdevakula
 

       เรื่องฮาๆ คือตอนทีมงาน MasterChef Thailand ติดต่อไป เชฟป้อมคิดว่าจะให้แข่ง จึงปฏิเสธเสียงแข็งว่า “อายุขนาดนี้แล้ว ไม่แข่ง! ” จนทีมงานต้องรีบปฏิเสธแล้วบอกว่า “ไม่ใช่ค่ะ จะให้มาเป็นกรรมการ” 5555
 


ภาพจาก : kwantipdevakula
 

       เชฟป้อมยืนยันว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในรายการ “ไม่มีสคริปต์” ทุกอย่างเกิดขึ้นสดๆ ตรงนั้น แม้แต่โจทย์และวัตถุดิบที่ใช้แข่งขัน ทั้งพิธีกรและกรรมการยังเพิ่งไปรู้กันตอนเช้าเลย

      แอบเมาท์ว่าเทปที่ใช้
“หางจระเข้” เป็นวัตถุดิบนั้น เชฟป้อมเห็นก็อึ้งและแอบกลัวเหมือนกัน เพราะแม้แต่ตัวเองก็ไม่เคยทำมาก่อน
 


ภาพจาก : Hgroup.

      “เตือนแล้วนะ! ” คือวลีที่ติดหูแฟนรายการไปทั่วบ้านทั่วเมือง แต่เชฟป้อมบอกว่าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เป็นแค่คำที่หลุดปากมาเอง เพราะบางทีเห็นว่าผู้แข่งขันกำลังจะพลาด แต่ไม่สามารถเข้าไปสอนได้ เลยต้องพูดสะกิดให้รู้ตัวหน่อย

       ที่สำคัญคือแม้จะเสียงดัง ดูเหมือนเป็นพี่ว้ากประจำรายการ แต่เชฟป้อมไม่เคยใช้คำหยาบ หรือด่าผู้เข้าแข่งขันคนไหนนะ มีเพียงการดุ และตักเตือนเท่านั้น

 คติประจำใจของเชฟป้อม คือ "ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ ถ้ายังไม่ลองทำ" 



ภาพจาก : kwantipdevakula
 

       ยืนยันอีกครั้ง ว่าเห็นหน้าดุๆ แบบนี้ จริงๆ แล้วเชฟป้อมใจดีมาก และบางทีก็ไม่ตั้งใจทำหน้าดุด้วยซ้ำ แค่ไม่ได้ยิ้มหรือบางครั้งก็กำลัง งงๆ อยู่ ความน่ารักคือเชฟป้อมตั้งใจไว้ว่าใน MasterChef Junior จะสวมบทบาทคุณยายใจดีในรายการ จะเป็นยังไงนั้นต้องรอดูกัน!
 

ทีนี้ หลายๆคนก็คงจะเลยนะว่า ภายใต้หน้ากากพี่ว้ากสุดโหด เชฟป้อมมีความน่ารักและเป็นผู้ใหญ่ใจดีอยู่สูงมาก จนแอบอิจฉาลูกๆ ของเชฟป้อมเลยที่ได้กินอาหารอร่อยๆ ทุกวัน

 

ติดตาม เชฟป้อม ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล  เพิ่มเติมได้ที่ 
Instagram : kwantipdevakula

Created date : 04-07-2018
Updated date : 13-07-2018
Post by : Letter Planet Reporter
บทความคัดสรรค์ จากทีมงาน LetterPlanet.com
ติดตามแฟนเพจของพวกเราได้ที่ LetterPlanet

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles