[Factory ]  [article] วิธีการเลือกซื้อปั๊มลมให้เหมาะกับประเภทการใช้งาน

 
 
 

‘Air Compressor’ หรือที่เราเรียกติดปากกันว่า ‘ปั๊มลม’ หรือ ‘เครื่องอัดอากาศ’ ที่ใช้ในการอัดลมให้มีความดันสูงตามที่เราต้องการสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากมาย พร้อมด้วยปรับใช้ได้หลากหลายด้านอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นระบบลมภายใน ในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดย่อมตลอดจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ในส่วนของ ‘ระบบนิวเมติกส์’ นั้นยังสามารถใช้ในอุตสาหกรรมครัวเรือน อย่างเช่น บริษัทซ่อมรถยนต์ ที่สามารถใช้เป็น ‘ปั๊มลม’ จำพวกลูกสูบโดยใช้ความดันไม่สูงมากนัก
 


 

การเลือกซื้อปั๊มลม

การเลือกซื้อปั๊มลมนั้น เราจะต้องดูลักษณะของงานที่เราจะใช้ ว่าเราต้องการปั๊มลมที่มีแรงดันมากหรือน้อยขนาดไหน ปริมาณลมจำนวนเท่าไหร่ ลมที่ต้องการใช้สะอาดอยู่ในระดับใด รวมไปถึงปริมาณการจ่ายลมที่ต้องการ เพราะการใช้งานแต่ละงานนั้นจะใช้ปั๊มลมที่แตกต่างกันตามเหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น การทำงานช่างไม้ จะใช้ปั๊มลูกสูบที่จะต้องใช้แรงดันลมมากพอสมควร ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความแตกต่างในความต่อเนื่องของชิ้นงาน ขนาดตัวถังที่ใหญ่ของปั๊มลมแบบลูกสูบ จะสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง เครื่องไม่ต้องทำงานหนัก
 


 

ปั๊มลมแบบลูกสูบ และประเภทงานที่นิยมใช้งาน 

PISTON COMPRESSOR ปั๊มลมประเภทลูกสูบ เหมาะสำหรับการใช้งาน

  • อู่สำหรับซ่อมรถยนต์ รถกระบะ รถจักรยาน รถจักรยานยนต์ เพราะใช้ความดันอยู่ที่ตั้งแต่ 5 ไปจนถึง 10 บาร์ ควรศึกษาปริมาณแรงลมที่ต้องการก่อนเลือกซื้อ

  • อู่ซ่อมรถบรรทุก 6 ล้อ อู่ซ่อมรถ 10 ล้อ อู่ซ่อมรถแทร็กเตอร์ ความดันใช้งานอยู่ระหว่าง 10 ไปจนถึง 15 บาร์ ขึ้นอยู่กับอัตราความต้องการลมอัด โดยดูจากปริมาณรถที่เข้ารับบริการ ควรศึกษาปริมาณแรงลมที่ต้องการก่อนเลือกซื้อ

  • โรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็ก หรืออุตสาหกรรมในครัวเรือนต่างๆ ความดันใช้งานอยู่ระหว่าง 5-10 บาร์ ขึ้นอยู่กับอัตราความต้องการลมอัด โดยดูจากปริมาณรถที่เข้ารับบริการ ควรศึกษาปริมาณแรงลมที่ต้องการก่อนเลือกซื้อ

 


 

ส่วนโรงงานอุตสาหกรรมที่มีขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ ควรใช้ เครื่องปั๊มลมประเภทสกรู และประเภทเทอร์โบ ขนาดแรงม้าขึ้นอยู่กับปริมาณความต้องการลมอัด โดยคำนวณได้จากข้อมูลการใช้ลมของเครื่องจักรแต่ละเครื่องรวมกันแล้วมาเทียบเลือกขนาดแรงม้าเครื่องอัดลม ควรศึกษาปริมาณแรงลมที่ต้องการก่อนเลือกซื้อแต่ละยี่ห้อและชนิด

ส่วนเครื่องปั๊มลมในกลุ่มอุตสาหกรรมพิเศษ อย่างเช่นทางเคมี อุตสาหกรรมเป่าขวด ก็อาจจะต้องใช้แรงความดันที่อยู่ระหว่าง 5-10 บาร์ ไปจนถึง ความดันในระดับ 30-40 บาร์ เพื่อที่จะช่วยให้การทำงานในระบบสมดุลมากยิ่งขึ้นนั่นเอง



ทั้งนี้การเลือกปั๊มลมนั้นควรเลือกปั๊มลมที่มีที่มีคุณภาพเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานสูง และมีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำเพื่อความปลอดภัยในการใช้งานในอนาคต


**********

คุยกันต่อได้ที่

Facebook : Domnick hunter-RL

Youtube : domnick hunter-RL

Blog : domnickthailand

www.domnickhunterrl.com

พูดคุย ปรึกษาได้ที่

กรอกข้อมูลเพื่อรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ กับ domnick hunter-RL ได้ที่นี่ คลิกเลย

Created date : 15-11-2018
Updated date : 15-11-2018
Post by : Domnick Blog
สนใจติดตามข้อมูล อ่านต่อได้ที่
Blog : 
Domnick Blog
Facebook : Domnick hunter-RL 
Youtube : 
domnick hunter-RL
 

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles