[นักสร้างภาพ ]  [review] Review | ร้านอาหารญี่ปุ่น อุเมะโนะฮานะ (Umenohana) กับต้นฉบับการเสิร์ฟอาหารแบบ ไคเซกิ (Kaiseki) | Pop FotoDio

 
 
 
  ถ้าจะบอกว่า ไปทานอาหารญี่ปุ่นกัน ผมเชื่อว่าภาพแรกในหัวของใครต่อใครหลายท่าน คงไม่พ้นที่จะมีภาพของซูชิ แซลม่อน หรือไม่ก็เทมปูระแน่ ๆ เพราะมันเป็นภาพที่คุ้นเคยของคนไทยเราไปแล้ว และผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน ที่มีภาพในหัวแบบนี้ จนกระทั่งผมได้มีโอกาสรับเชิญไปชิมอาหารญี่ปุ่นร้านหนึ่งที่ชื่อ “อุเมะโนะฮานะ” และได้รู้จักกับการเสิร์ฟอาหารที่มีชื่อว่า “ไคเซกิ”
 

 

    ร้านนี้เค้าว่ากันว่า เป็นร้านอาหารที่มีชื่อเสียงมากและมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมากว่า 40 ปี และ 70 สาขาทั่วประเทศญี่ปุ่น แต่ที่ญี่ปุ่นนะ ไม่ใช่ในไทย และสำหรับเมนูอาหารที่มีชื่อเสียงของเค้าก็คือ ปู และ ... เต้าหู้
 

 

ปูน่ะเฉย ๆ ... แต่เต้าหู้เนี่ยนะ !! 
ในหัวผมก็คิดแล่นไปไกลมาก เต้าหู้นี่สามารถเป็นอาหารมีชื่อกับเค้าได้ด้วยเหรอ เพราะจากประสบการณ์การทานเต้าหู้ของผมตั้งแต่สมัยเด็กๆมา ต้องบอกเลยว่า นับครั้งได้เลย เพราะมันเป็นอาหารที่ผมไม่ชอบเป็นอย่างมาก เหตุผลที่ผมไม่ชอบก็ด้วยรสชาติที่มันจืด ๆ ไม่อร่อย แถมบางร้าน เต้าหู้ยังเหม็นเขียวอีกต่างหาก นี่ยังไม่รวมถึงการเสิร์ฟอาหารแบบที่เรียกว่า “ไคเซกิ” ซึ่งเป็นวิธีการเสิร์ฟดั้งเดิมแบบญี่ปุ่นที่จะเสิร์ฟอาหารทีละจานจนจบคอร์ส ... ซึ่งแน่นอน ผมนึกภาพไม่ออกตั้งแต่ได้ยินชื่อแล้วหล่ะครับ และที่สำคัญ ด้วยหุ่นที่สมส่วนอย่างผมจะอิ่มมั้ย (ฮา)

จนวันที่ผมได้มีโอกาสไปสัมผัสของจริงก็มาถึง ที่ร้าน อุเมะโนฮานะ
ร้านอุเมะโนะฮานะ สาขาในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ อาคารนิฮอนมูระมอลล์ ชั้น 2 ซอยทองหล่อ 13 ทันทีที่ผมได้ย่างเท้าก้าวเข้าร้านแห่งนี้ สิ่งแรกสุดที่ผมสัมผัสได้ คือคำกล่าวต้อนรับของพนักงานที่ร้าน พูดแบบนี้ก็คงจะเหมือน ๆ กับร้านอื่น ๆ ทั่วไป แต่สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดก็คือ ความจริงใจที่สัมผัสได้ในทุกมิติของพนักงานที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นคำพูดคำจา น้ำเสียงหรือคำพูดที่พูดคุยกับเรา เรียกได้ว่า จากที่รู้สึกเกร็งๆ นิดๆ พอเจอแบบนี้ ค่อยมีความรู้สึกสบาย ๆ หายเกร็งกันไปเลยทีเดียว

 

 

    ร้านนี้ถูกตกแต่งด้วยศิลปแบบญี่ปุ่นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโถงทางเดิน ประตู โต๊ะเก้าอี้ จานชาม ภาพวาดและของตกแต่งต่าง ๆ แอบมีตกใจเล็กน้อย เพราะพนักงานได้อธิบายให้ฟังระหว่างที่เดินอยู่ว่า ของประดับเกือบทั้งหมด ถูกจัดส่งตรงมาจากญี่ปุ่น ด้วยศิลปเดิม ๆ แบบญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว และจุดเด่นที่สำคัญที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับร้านนี้ ก็คือ ต้นบ๊วย ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ อุเมะโนะฮานะ นั่นเอง
 

 

    บอกเลยนะ ผมนี่มีอึ้งตั้งแต่ย่างเท้าเข้ามาที่ร้านนี้แล้วหล่ะครับ สิ่งแรกที่ทำเอาผมนี่อึ้งกันไปเลย ก็คือเรื่องของศิลปะนี่แหละ

    ศิลปะญี่ปุ่นของร้านนี้ ถ้ามองเผิน ๆ หรือมองแบบไม่ได้สนใจ ก็จะไม่ได้รู้สึกถึงอะไรมากนัก แต่ถ้าได้ลองสังเกตดูแล้วจะพบว่า มันมีความสลับซับซ้อนของภาชนะที่ใช้ ไม่เว้นแม้แต่สีสัน และรูปทรงที่ใช้เป็นอย่างมาก ทุกอย่างมีความตั้งใจที่จะถ่ายทอดบางสิ่งบางอย่างออกมาอย่างมีจุดประสงค์ ไม่เว้นแม้แต่ลวดลายบนจานชามที่ใช้กันเลยทีเดียว เรื่องนี้ในบางครั้ง ก็ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดออกมาได้ ก็อยากจะให้หลาย ๆ ท่านถ้ามีโอกาส ก็อยากจะให้ลองสังเกต และลองเสพศิลปที่ว่านี้กันดูนะครับ แล้วจะรู้ว่าความรู้สึกที่ยิ้มมุมปากแต่บรรยายไม่ถูก มันเป็นอย่างไร

 

 

 

    เอาหล่ะ เมื่อมาถึงโตีะแล้ว คอร์สอาหารก็พร้อมที่จะเสิร์ฟทันที แต่ก่อนอื่นก็จะมี พนักงานของทางร้าน เข้ามาพูดคุยกับเรา แล้วก็แนะนำประวัติของทางร้านให้ฟัง ตั้งแต่แรกเริ่ม ที่มาที่ไป ตลอดจนข้ามน้ำข้ามทะเลมาเมืองไทย และที่สำคัญพนักงานเค้าก็ได้อธิบายการเสิร์ฟอาหารแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า ไคเซกิ ให้ฟังอีกด้วย ซึ่ง ไคเซกินั้น ก็จะเป็นการเสิร์ฟอาหารทีละจานจนครบเมนู ซึ่งก็จะมีองค์ประกอบตามนี้

1 โคบาชิ (อาหารเรียกน้ำย่อย)
2 มูชิโมโนะ (อาหารนึ่ง)
3 ออนโมโนะ (อาหารอุ่น)
4 มูโคะซิเกะ (ปลาดิบ)
5 อะซึเกะบาชิ (อาหารจานหลัก)
6 นิโมโนะ (อาหารต้ม)
7 ยากิโมโนะ (อาหารย่าง)
8 อาเกะโมโนะ (อาหารทอด)
9 ฮันโมโนะ (ข้าว) / ชิรุโมโนะ (ซุป) / ซึเกะโมโนะ (ผักดอง)
10 ขนมหวาน


    ซึ่งทางร้านเค้าก็จะมีอาหารแต่ละชุดที่เสิร์ฟเป็นแบบไคเซกิ ที่มีรายละเอียดของอาหารที่แตกต่างกันออกไป
และสำหรับวันนี้ เมนูอาหารที่ผมมาชิม ก็จะเป็นเมนูอาหารชุดใหม่ที่ชื่อ “Haru Urara” ที่ทางร้านจัดทำมาโดยเฉพาะ เพื่อเป็นการต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งถือเป็นฤดูแห่งการเริ่มต้นสำหรับชาวญี่ปุ่นนั่นเอง และจุดเด่นของฤดูใบไม้ผลิที่ทุก ๆ ท่านน่าจะรู้จักคุ้นเคยกันก็คือ ดอกซากุระนั่นเอง โดยที่ชุด Haru Urara นี้ ทางร้านจะเริ่มจัดจำหน่ายในเดือนมีนาคมนี้

 

ว่าแล้ว อาหารจานแรกก็เริ่มนำมาเสิร์ฟพอดี
สำหรับชุด ฮารุ อุระระ นั้น ก็จะประกอบไปด้วย

1 เต้าหู้ โยโมกิ มิเนโอกา หน้า อิคุระ
2 หอยเชลล์และผักตามฤดูราดเจลลี่พอนสึ
3 เต้าหู้ ฟุคุฟุคุซากุระ ซอสซากุระเอบิ
4 ปลาดิบ
5 ซูชิอิคุระนึ่งกับเลือกส้มยูสึ
6 ปูทาราบะนึ่งเซโระ
7 เนื้อวัวคุโระเกะ วากิว ย่างหินลาวา
8 ยูบะอาเกะ
9 นิกิริซูชิ และเทกกะมากิ
10 ซุปมิโซะฟองเต้าหู้
11 พุดดิ้งน้ำเต้าหู้ ราดซอสสตอร์เบอร์รี่



เอาหล่ะ เริ่มจานแรก

หลังจากที่ได้ชิมอาหารชุดแรกที่เสิร์ฟ ซึ่งก็น่าจะเป็นอาหารในกลุ่มของที่เรียกว่า เรียกน้ำย่อย
ในใจนี่คิดไม่ตกอยู่เหมือนกัน กับเมนูเต้าหู้ ถึงแม้ทางร้านจะเล่าถึงประวัติและที่มาที่ไปของเต้าหู้ที่ทางร้านใช้ขนาดไหน ผมก็ยังไม่อินนะ
บางเรื่องฟังแล้วก็ค่อนข้างงง ๆ อยู่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการที่ ถึงขนาดต้องมาตั้งโรงงานเอง หรือแม้แต่การนำเข้าวัตถุดิบมาเองจากญี่ปุ่นทั้งหมด ครั้งแรกที่ฟังก็ฟังดูเข้าใจได้ในแง่ของคุณภาพ แต่ก็ไม่เชื่ออยู่ดีกับการที่แค่ทำส่งร้านนี้ร้านเดียวแล้วจะคุ้มในแง่ของธุรกิจ

ไม่เป็นไร ... มาถึงที่แล้ว ต้องลอง


 

 

แม่เจ้า !!

นั่นคือคำที่ผมต้องใช้ในการอธิบายความรู้สึกเมื่อได้สัมผัสกับเต้าหู้ของที่นี่ มันเป็นคำที่เปิดโลกทัศน์การรับประทานเต้าหู้ของผมไปตลอดการจริง ๆ
เต้าหู้ของเค้าที่ทาน ผมรู้สึกได้ว่าไม่เหมือนเต้าหู้ที่ไหนที่ผมเคยทานมาก่อน รสชาติของเต้าหู้ ไม่จืด มันจะมีรสชาตินิด ๆ บวกกับกลิ่นที่หอมซึ่งไม่เหม็นเขียวแบบของที่อื่น ๆ และที่สำคัญ ด้วยเนื้อของเต้าหู้ที่ไม่แข็งและนิ่มเกินไป ทำให้การรับประทานเต้าหู้นั่นมีรสสัมผัสให้รู้ถึงความสนุกในการรับประทานอีกด้วย ท่านใดไม่ชอบรับประทานเต้าหู้ ผมอยากแนะนำให้ครั้งหนึ่งในชีวิตให้ได้ลอง กับเมนูเต้าหู้ของร้านนี้จริง ๆ ครับ

ด้วยความตกตะลึงงั้นในใจของผมจากเมนูแรกที่มาเสิร์ฟ การมาชิมอาหารญี่ปุ่นของร้าน อุเมะโนะฮานะ ในครั้งก็ ผมก็เริ่มมีความสนุกในการรับประทานขึ้นมาทันที

 

 

ว่าแล้วก็จานถัดไป

ระหว่างการเสิร์ฟคอร์สของที่นี่ ก็ยังคงมีพนักงาน มาทำการพูดคุย และเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟังอยู่ตลอด ทั้งที่มาที่ไปของเมนูอาหาร หรือเกล็ดความรู้ที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมต่าง ๆ ของญี่ปุ่นกันอย่างละเอียด แล้วก็เลยได้ทราบว่า พนักงานของที่ร้านนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นคนไทย แต่ก็ต้องถูกส่งไปเรียนรู้และฝึกสอนงานที่ญี่ปุ่นเป็นเวลาหลายเดือน เพื่อให้พนักงานทุกคนได้เข้าถึงจิตวิญญาณของร้านด้วยกันทุกคนนั่นเอง และผมเองก็สัมผัสมันได้

เมนูถัดไปที่นำมาเสิร์ฟ ก็จะเริ่มเป็นอาหารจานหลักมากขึ้นแล้ว
ผมนี่แทบจะบอกได้เลย ทุก ๆ จากหลังจากนี้ ผมมีความรู้สึกตื่นเต้นและมีความรู้สึกสนุกที่ได้ลุ้นกับอาหารที่อยู่ข้างในทุกจานเลยครับ นับตั้งแต่เมนูเต้าหู้จานแรกที่เปิดใจผมไปแล้ว 100%

 

 

 

    และจานที่ประทับแน่นอยู่ในใจผมนี้ มีอยู่หลายจานเลย ไม่ว่าจะเป็น ปูทาราบะนึ่งเซโระ ที่มานึ่งกันให้เห็นถึงโต๊ะ เนื้อวัวคุโระเกะวากิวย่างหินลาวา ที่ทำผมได้ทานเนื้อในระดับความสุกที่ผมชอบ ซึ่งก็จะดิบๆ นิดๆ โหยยยย ละลายในปากเลยครับขอบอก
 

 

    ลำพังอาหารหลัก ๆ นี้ ก็ทำได้ทำให้ผมรู้สึกสนุกและมีความสุขเป็นอย่างมาก ที่สำคัญมันทำให้เริ่มหนังท้องตึงจนได้
ต้องบอกเลยว่า ทันทีที่ได้รู้จักกับการเสิร์ฟอาหารคอร์สแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่ชื่อ ไคเซกิ นั้น ในใจผมนี่คิดอย่างเดียวเลย คือชิมเสร็จแล้ว จะทานร้านไหนต่อดี เพราะมาเป็นจาน จานละนิดจานละหน่อยแบบนี้ ไม่อิ่มแน่ ๆ
ซึ่งพอได้มาลองเอง ผมเลยรู้ทันทีว่า ... ผมคิดผิด เพราะ ณ เวลานี้ที่ผ่านไปแล้ว 7 เมนู ก็รู้สึกได้ว่า กระเพาะผมเริ่มจะตึงแล้ว

 

    เมนูถัดไปคือ นิกิริซูชิ และเทกกะมากิ ซึ่งเป็นเมนูข้าวปั้น ข้าวเน้น ๆ ที่ทำเอาผมต้องใช้ความสามารถในการขยายกระเพาะนิดหน่อย เพื่อที่จะได้ทานจนหมดจาน แต่ไม่ใช่เพราะรู้สึกโลภที่อยากจะทานให้หมด แต่เป็นเพราะว่ามันเป็นข้าวญี่ปุ่นที่อร่อยมาก ๆ ในแบบที่ไม่เคยพบมาก่อนจริง ๆ อิ่มแค่ไหนก็ยอม
 

แล้วก็มาถึงเมนูปิดท้าย เป็นขนมพุดดิ้งน้ำเต้าหู้
คราวนี้ภาพในใจผมในเรื่องของเต้าหู้แบบเดิม ๆ ได้หายไปหมดแล้ว หลังจากที่ได้ทานมาจนเกือบครบทั้งคอร์ส สำหรับขนมพุดดิ้งน้ำเต้าหู้นี้ ผมนี่ตั้งตารอกันเลยทีเดียว ว่าจะมีอะไรสนุก ๆ เกิดขึ้นอีกหรือไม่

แล้วก็อย่างที่ตั้งใจไว้ ขนมหวานปิดท้ายจานนี้อร่อยมาก ๆ ครับ หวานกำลังดี มีถั่วเหลืองบดโปะหน้าให้รสชาติได้กรุบ ๆ นิด ๆ ในปากเพิ่มความสนุกได้อีก ส่วนรสชาติของเต้าหู้ ไม่ผิดหวังจริง ๆ ครับ

 

และแล้วก็จบคอร์ส

   สำหรับร้านนี้ ผมเพิ่งมาทราบทีหลังว่า เค้าเปิดบริการเป็นช่วง ๆ ช่วงแรกคือตั้งแต่ 11:00 - 15:00 สำหรับมื้อเที่ยง และช่วงที่สอง คือ 18:00-23:00 สำหรับมื้อเย็น ซึ่งทางร้านเองก็ได้มีการคำนวณประมาณการเรื่องเวลาและการเสิร์ฟอาหารไว้เรียบร้อยหมดแล้ว เพื่อให้อาหารนั้นต่อเนื่องไม่ขาดอรรถรสนั่นเอง

    สำหรับผมเอง ร้านนี้ผมถือว่า เป็นร้านที่ทำให้ผมได้รู้สึกเหมือนกำลังใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่นอย่างแท้จริง (เห็นอย่างนี้ ผมก็ติ่งญี่ปุ่นเหมือนกันนะ) ด้วยวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดผ่านทุกสิ่งทุกอย่างภายในร้าน มันทำให้ผมรู้สึกจริงจังกับร้านนี้ มันมากกว่าอาหารที่อร่อยไปแล้วครับ และก็ไม่แปลกใจเลยที่จะกลับไปแนะนำบอกต่อและชักชวนคนที่ผมรักมาทานร้านนี้ให้ได้สักครั้งในชีวิต
 
    และผมก็มีความตั้งใจไว้ตั้งแต่จานแรกที่ได้ทานแล้วหล่ะ ว่าผมจะหาโอกาสพาคุณพ่อกับคุณแม่และครอบครัวของผม มานั่งเสพศิลปและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นผ่านอาหารอร่อย ๆ ในแต่ละจานที่เป็นการเสิร์ฟอาหารแบบไคเซกินี้ให้ได้ บอกตามตรงเลยว่านี่คือความตั้งใจจริงของผมเลยทีเดียว ถึงแม้จะมีร้านอาหารญี่ปุ่นเยอะแยะในห้างใหญ่ ๆ แต่ผมไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้มาก่อนจริง ๆ ครับ

ผมให้ข้อมูลคร่าวๆไว้ที่นี้ครับ....

ร้านอุเมะโนะฮานะ 
ที่อยู่ : นิฮอนมารุมอลล์ ชั้น 2 ทองหล่อ 13
โทร : 084 438 3892
Facebook page :
UmenohanaTH
Website : www.umenohana.co.th



****************************

สำหรับท่านใดที่สนใจในบริการงานถ่ายภาพ หรือต้องการสั่งซื้อภาพถ่าย สามารถติดต่อได้ตามช่องทางที่สะดวกด้านล่างครับ

If you are looking for photography service or want to buy my photo, please contact as below, thank you.

Pop FotoDio

Mobile : 083-073-7523
Line ID : @thecafedio

Email : thecafedio@gmail.com
Website: www.thecafedio.com
Blog : www.letterplanet.com/blog/popfotodio


Facebook Profile : www.facebook.com/popfotodio
Facebook Page : www.facebook.com/thecafedio

Instagram : www.instagram.com/thecafedio
Twitter : www.twitter.com/thecafedio


 

ดูรูปภาพทั้งหมดในแกลเลอรี่
Created date : 03-03-2016
Updated date : 21-10-2016
Post by : PopFotoDio
 Pop FotoDi


พูดคุยเป็นการส่วนตัวได้ที่ @thefotodio



กรอกข้อมูลเพื่อรับข้อมูลมีประโยชน์ได้ที่นี่ คลิ๊กเลย


ก็แค่คนคนหนึ่ง ที่หลงรักการถ่ายภาพหัวปักหัวปำ และอยากที่จะสร้างสรรค์โลกใบนี้ให้มีแต่รอยยิ้มที่ไม่ใช่แค่ในรูปถ่าย


สำหรับท่านใดที่ต้องการติดต่องานถ่ายภาพหรือวิดีโอ
หรือติดต่อขอซื้อภาพถ่ายเพื่อนำไปใช้งาน
รวมถึงงาน Stylist และ Creative & Design ต่างๆ
สามารถติดต่อได้ตามช่องทางที่ท่านสะดวกครับ



Mobile : 061-546-9826
Liine ID : @thefotodio 
หรือคลิก line.me/R/ti/p/%40thefotodio

Email : thefotodio@gmail.com
Website : www.thefotodio.com

Blog : www.letterplanet.com/blog/popfotodio
Facebook : www.facebook.com/TheFotoDio

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles