[Vintage ]  [review] ชุดคุโรบุตะ ทงคัตสึ ที่กรอบนอก นุ่มใน กับชีสฟองดู ที่เยิ้ม ยืด ละลาย....@ร้านไมเซน

 
 
 

ด้วยความที่เราชอบเที่ยว ที่ไหนป๊อป เก๋ เราจะไม่พลาด โดยเฉพาะเรื่องกิน
ทำให้เราเติบโต(ด้านข้าง)มาขนาดนี้ ฮ่าๆๆ 
ถ้าพูดถึงร้านอาหารญี่ปุ่น ขึ้นชื่อเรื่องความพิถีพิถัน และรายละเอียดอยู่แล้ว
เราจะรอช้าทำไมเล่า  ตามไปกินสิคะ เริ่ม!!!


สงสัยมั๊ยว่าเราจะพาไปกินอะไรเหรอวันนี้ ไม่สงสัยเราก็จะบอก 555
วันนี้จะไปกินทงคัตสึที่ร้านไมเซน สาขาฟิวเจอร์พาร์รังสิต ล่ะตัวเธอ!!!
แต่ก่อนไปกินร้านไมเซน ตามวิสัยของคนละเอียด(คนละเอียด ไม่ใช่คนจุกจิกนะจ๊ะ รู้นะคิดอะไร หึ หึ) เราก็ต้องศึกษาข้อมูลของร้านก่อนตามระเบียบ
ไมเซนเป็นร้านทงคัตสึอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น เปิดมาตั้งแต่ปีค.ศ.1965(52ปีเลยค่ะ คุณผู้อ่านขา...) 
สาขาแรกอยู่ที่ชั้นใต้ดินตึกฮิบิยะมิทสึอิ ย่านยูระคุโจ เขตจิโยดะคุ(ที่เขียนมานี่ไม่ใช่ว่าเคยไปนะ หาข้อมูลล้วนๆ แต่ถ้ามีใครใจดีพาไปจะดีใจมาก...พูดลอยๆ 555) ไมเซนมีร้านที่เปิดให้บริการในปัจจุบัน เป็น Kiosk 48 ร้าน แบบ Showcase 156 ร้าน และร้านอาหาร 8 ร้าน และในไทย ก็มีทั้งหมด 8 สาขาแล้วนะเออ










แล้วก็ถึงวันที่เราจะได้ไปกินแล้ว!!!! ไมเซน สาขาฟิวเจอร์พาร์ครังสิต
ไปรำลึกถึงความหลังครั้งวัยเ
ยาว์กับห้างที่แกรนด์ที่สุดย่านรังสิต เราเดินลงไปชั้น B
ไปตรงบริเวณช่วงๆกลางๆห้าง จะเห็นร้านไมเซนอยู่ติดกับร้านS&Pเลย  

หน้าร้านจะมีโลโก้ร้านใหญ่มาก....มาถึงแล้วก็ต้องถ่ายรูปสิคะ รออะไร










 


พอเดินเข้าไปในร้านที่ใช้เฟอร์นิเจอร์สีไม้ โคมไฟฝ้าดิบกับแสงนวลตา ทำให้รู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ตอนนั้น เราก็เหมือนถูกสะกดด้วยเพลงในร้าน
เป็นเพลงของวง Depapepe วงชายหนุ่มญี่ปุ่น 2 คน บรรเลงกีต้าร์ ไม่มีเนื้อร้อง เพลงที่ฟังแล้วรู้สึกถึงความเป็นญี่ปุ่นผสมกับความเป็นสากล
จำได้เลยว่า เพลงที่ได้ยินเพลงแรก คือเพลง START ใครใคร่ฟัง ไปหาฟังกันนะคะ ดีงาม...
ร้านมีทั้งแบบโต๊ะเดี่ยว และแบบเคาน์เตอร์บาร์ เลือกนั่งกันได้ตามสะดวก


เอาล่ะ หลังจากหาที่ลงได้แล้ว พนักงานเอาเมนูมาให้ เปิดเมนูดู ละลานตากับความหลากหลายของการกินทงคัตสึ
เอาจริงๆ ไม่คิดว่าทงคัตสึจะกินได้หลายอย่างขนาดนี้ เปิดไปมาหลายรอบ ก็ตกลงปลงใจกับเมนู ชุดคุโรบุตะทงคัตสึ เลือกเนื้อสันใน
แล้วเหลือบไปเห็นเมนูใหม่ เพิ่มชีสฟองดู
เฮ้ย!!! อย่ามาหยามคนบ้าชีสอย่างเรา หันไปบอกพนักงานว่า "เพิ่มชีสฟองดูด้วยค่ะ"

   

 

ระหว่างนั่งรอ เหลือบไปเห็นขวดซอสและเครื่องปรุงที่เรียงกันเป็นแถวอยู่ที่โต๊ะกับใบแนะนำตัวของซอสแต่ละตัว 
(ในใจคิดว่า ทำไมซอสเยอะขนาดนี้เนี่ย) เราเลยถามพนักงานที่ร้าน ว่าซอสแต่ละตัวต่างกันยังไง
ได้คำตอบว่า การกินทงคัตสึของคนญี่ปุ่นมีหลายแบบมาก... จะแตกต่างกันไปตามท้องที่ต่างๆ
ไมเซนเลยรวบรวมการกินทงคัตสึหลายๆแบบมาไว้ที่เดียว รวมถึงเมนูต่างๆที่ไมเซนนำเสนอ 
เพื่อให้การกินทงคัตสึไม่น่าเบื่อ เราสนใจซอสมาก...ระหว่างนั่งรอเราก็มาพิจารณาซอสแต่ละตัว 

































โถแรก โถกลมๆใหญ่สุด ที่มากับกระบวยไม้ไผ่น่ารัก ลองชิมรสชาติออกหวานและมีกลิ่นเฉพาะตัว อยากรู้ว่าทำมาจากอะไรเลยถามทางร้านบอกว่าส่วนประกอบหลักเป็น
ผลไม้ ผักและส้มแมนดาริน เรียกว่า "ซอสอะมาคุจิ" หรือ "ซอสหวาน"
(ทางร้านยังบอกอีกว่าซอสทุกตัวต้องนำเข้าจากญี่ปุ่น เพราะทำที่ไทยแล้วยังไม่เหมือนต้นตำรับด้วยส่วนผสมของผักและผลไม้ที่ปลูกในที่ต่างกันทำให้ซอสรสชาติไม่เหมือนกัน...
นี่แหละ
เสน่ห์ของความละเมียดละไมของคนญี่ปุ่น)









โถที่ 2 ขนาดรองลงมา มีกระบวยไม้ไผ่เหมือนกัน (ติดใจกระบวยไม้ไผ่ มันน่ารักจริงๆนะในสายตาเรา) รสชาติตัวนี้จะออกเปรี้ยวกว่าตัวแรก เพราะเป็นผลไม้ ผัก และมีน้ำส้มสายชูด้วย เรียกว่า "ซอสคาละคุจิ" หรือ "ซอสหวานน้อย"
 


ระหว่างนั่งศึกษาซอสอยู่นั้น ก็มีกะหล่ำปลีหั่นฝอยมาเสิร์ฟ พนักงานบอกว่า "เติมได้นะคะ" เข้าทางสิคะ กะหล่ำฝอย เย็นๆ กับน้ำสลัด กลืนน้ำลายแพร๊บ...
ว่าแล้วก็มาพินิจน้ำสลัดกันต่อ ขวดแก้วทรงสูงฝาไม้ ขวดแรกใส่น้ำสลัดโชยุและงาขาว เทมาลองแตะชิม รสชาติออกเปรี้ยวๆหวานๆ หอมกลิ่นงา
ขวดถัดมาใส่น้ำสลัดครีมงา จะออกข้นกว่าเล็กน้อย รสชาติออกหวานมัน หลังจากที่ชิมก็รักพี่เสียดายน้อง เลือกไม่ได้เลยตัดสินใจ
เททั้งสองอัน ลงไปในผักกะหล่ำฝอย แล้วก็จัดการเอาลงท้องซะเลย

 

 

กินสลัดไปเกือบหมดถ้วย สิ่งที่เรารอคอยก็มาถึง.........
แถ่น แทน แท๊น....

 ชุดคุโรบุตะ ทงคัตสึ กับชีสฟองดู... 




 







 โอ้ว ดูหมูทงคัตสึที่เหลืองทอง กับชีสฟองดูในเตาสีเหลืองสดใสนั่นสิ 


















 

 เห็นแล้วจะอดใจไม่ไหว เอาปลายตะเกียบตัดหมูทงคัตสึ แล้วจุ่มชีสทันที 

  

 

 มาดูคลิปคอนเฟิร์มความยืดของชีส 




ชีสอุ่นๆ กับหมูทงคัตสึ ที่กรอบนอก นุ่มใน แล้วคือแบบ...ไม่อมน้ำมัน จะมีอะไรฟินกว่านี้...ดีงาม...
แล้วคำต่อไปก็เริ่มสนุกกับการมิกซ์เครื่องปรุงที่ตัวเองชอบ เราเองมิกซ์กันมั่วไปหมด รสชาติแต่ละคำก็จะต่างกันไป สนุกทุกคำที่กิน...

 




มาดูเครื่องปรุงอื่นๆบ้างดีกว่า

เจ้านี่ในโถเล็กๆ "มัสตาร์ด" ทางร้านจะทำสดทุกวัน ไว้กินกับอะมาคุจิ/คาละคุจิ หรือจะกินกับอะไรก็แล้วแต่จินตนาการของคุณเลยค่ะ รสฉุนๆ
แอบถามพนักงานมาว่าเวลาตีมัสตาร์ดน้ำตาจะไหลทุกเช้า อารมณ์คงเหมือนเราปอกหอมแดง







 

"พริกป่นยูสุ" ในขวดฝาไม้ ฉลากสีชมพู คือ พริกป่นผสมเปลือกยูสุ (ยูสุเป็นพืชตระกูลส้มชนิดหนึ่ง

เอาเปลือกมาเป็นเครื่องเทศของชาวญี่ปุ่น) เผ็ดนิดๆ กลิ่นหอมๆเปลือกส้ม แก้เลี่ยนได้ดีเลยล่ะ
เราเอาโรยข้าวเลย เพราะไม่เผ็ดมาก




















 

  อีกขวดนึง ที่มีฉลากสีเหลืองอ่อน "เกลือปรุง รส" เป็นเกลือผสมเครื่องเทศหลายชนิด รสชาติเค็มไม่มาก 
 แล้วก็หอมกลิ่นเครื่องเทศ แยกไม่ออกว่ามีเครื่องเทศอะไรบ้าง ถ้าใครไม่เคยลอง ต้องลอง!!!
 มันเข้ากันกับทงคัตสึอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ 








 



"โชยุ" ซอสที่ทำจากถั่วเหลืองคัดพิเศษและแป้งสาลี อันนี้เค้าเอาไว้กินกับข้าวหน้าไข่ ,ไข่ม้วนสูตรไมเซน หรือปลาแซลม่อนย่าง
เพื่อเพิ่มรสชาติกลมกล่อมยิ่งขึ้นนะจ๊ะ





ณ จุดที่ทงคัตสึหมดลง...แต่ชีสยังเหลือ...และมีชีสแห้งกรอบติดก้นเตา...เราก็ขูดสิคะ ฟิน....

 


 

ของคาวหมดแล้ว ตามด้วย"ของหวาน"จ้ะ เค้ามีให้เลือก 3 อย่าง คือ เต้าฮวยฟรุ๊ตสลัด พุดดิ้งอัลมอนด์ และไอติมชาเขียว 

 

เราเลือกพุดดิ้งอัลมอนด์ นุ่มๆดึ๋งๆ หอมๆ หวานนิดๆ เผลอแป๊บเดียว หมดจ้า เอาเป็นว่า เสร็จสิ้นภารกิจ คุโรบุตะ ทงคัตสึ ฟองดูชีส 


การมากินทงคัตสึไมเซนวันนี้สอนให้รู้ว่า 
"การกินทงคัตสึ 1 ครั้ง อาจจะไม่ครบทุกวิธีการกิน" เพราะฉะนั้นต้องไปกินอีก ^_^


ก่อนกลับ เราแอบไปเห็นความละเมียดละไมของไมเซนอีกอย่างนึง คือ ภาชนะเซรามิกที่ใช้ในร้านยังส่งมาจากญี่ปุ่นจ้า!!!
(แอบพลิกไปเห็นลายเซ็นญี่ปุ่นใต้ถ้วยแล้วอึ้ง) 

    

วันนี้ประทับใจมากกับทงคัตสึต้นตำรับจากญี่ปุ่นที่กับรสชาติกลมกล่อม บรรยากาศที่อบอุ่น และการบริการที่มาจากความตั้งใจของพนักงาน 

สุดท้ายแล้ว ต้องขอบคุณร้านไมเซน สาขาฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ที่เชิญเราไปลิ้มรสทงคัตสึ แบบฉบับเฉพาะของไมเซน
ใครอยากไปชุ่มฉ่ำกับชีส ไปที่ร้านไมเซนได้ทุกสาขา ตามนี้เลยค่ะ

 

สาขาฟิวเจอร์พาร์ครังสิต
สาขาสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น B
สาขาเจอเวนิวชั้น2
สาขาสยามพารากอนชั้น B
สาขาสยามแสควร์วัน
สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ 

และ อีก 2 สาขา เป็นสาขา Flagship คือ
สาขาเซ็นทรัลเอ็มบราซี่ ชั้น 5 และ
สาขาเอ็มควอเทียร์ The helix ชั้น 7-8


ครั้งหน้าแป้งจะพาไปเจออะไรป๊อปๆอีก ติดตามกันน้า...ปิ๊งๆ :30:
 


Pang Popniyom

Mobile : 099-4244644
Line ID : pangyupayong

Email : yupayong.sut@gmail.com
Blog : www.letterplanet.com/blog/PangPopNiyom

Facebook Profile : Pangpang Yupayong 
Facebook Page : Popniyom Popนิยม

Instagram : pangpang_primemoment
Twitter : pangyup

 
Created date : 20-03-2016
Updated date : 01-06-2016

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles