[Smart Choice ]  [article] "แชร์ประสบการณ์พ่อค้าตลาดนัด จากวันที่เริ่มต้นจนถึงวันนี้ ภาค 1"

 
 
 
สวัสดีครับ เพื่อนๆ นี่เป็นกระทู้แรกของผมครับ ยอมรับตรงๆ ว่าแอบเขินเล็กน้อยที่มาตั้งกระทู้อะไรแบบนี้ แต่ผมรู้สึกว่าอยากแบ่งปันประสบการณ์ของผมกับแฟนในฐานะ “พ่อค้าตลาดนัด” เพื่อเป็นทางเลือกให้กับเพื่อนๆ ที่กำลังหาข้อมูลและตัดสินใจที่จะมีกิจการเล็กๆ เป็นของตัวเองนะครับo
 
ปัจจุบันผมกับแฟนจับมือกันเปิดร้านขายแว่น เข็มขัดหนัง เสื้อผ้า และกระเป๋าอยู่ที่ Union Mall และจตุจักรเป็นหลัก แต่ก่อนที่เราจะมาถึงจุดนี้ พวกผมก็ผ่านการลองผิดลองถูกมาเยอะมากจนมาลงตัวในปัจจุบัน 




นี่รูปร้านของผมนะครับ ผมออกแบบเองหมดเลย การจัดดิสเพลย์สวยๆ ให้ลูกค้าจำได้ว่าเป็นร้านเราก็ถือเป็นเรื่องสำคัญนะครับ 
 
ออกตัวก่อนว่า ผมกับแฟนไม่เคยทำงานประจำนะครับ แฟนผมขอพ่อแม่ออกมาเป็นแม่ค้าตั้งแต่สมัยวัยรุ่น เธอชัดเจนในตัวเองว่าเธอไม่ชอบเรียน เลยตัดสินใจลาออกมาขายเสื้อผ้าที่แพลตินัมตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ (เรื่องนี้ทำให้เธอกับคุณพ่อไม่คุยกันไปเป็นสิบกว่าปี จนคุณพ่อเธอเพิ่งมารับได้เมื่อเห็นพวกเราเอาตัวรอดได้เมื่อเร็วๆ นี้เองครับ) ส่วนผมเรียนจบจากประเทศจีน ได้ใช้ความพยายามในการหางานทำอยู่สักพักหนึ่ง แต่รู้สึกตัวว่าไม่ใช่ ผมเลยตัดสินใจหาอะไรทำระหว่างที่ยังไม่มีงานทำ และก็เห็นว่าอาอี๊ของผมเคยรับเคสโทรศัพท์มาขายที่ตลาดนัดจตุจักรคืนวันศุกร์ และทำเงินได้พอสมควร ผมเลยเริ่มสนใจที่จะขายของบ้าง ตอนนั้นผมเลยไปถามแฟนที่มีประสบการณ์ในการเป็นแม่ค้า แฟนผมก็เลยชวนผมไปเปิดร้านขายของที่ตลาดนัดออฟฟิศด้วยกัน







 ของที่เลือกมาขาย ผมให้แฟนเลือกหมดเลยครับ ส่วนผมทำหน้าที่จัดการเรื่องติดต่อจ่ายเงิน และเรื่องหลังบ้านต่างๆ เพราะผมเคยเลือกของมาขายเอง ปรากฏว่า ... ขายไม่ได้เลย 5555 เรื่องรสนิยมนี่ผมปล่อยให้เธอจัดการไปดีกว่าครับ งานใครงานมัน
ตอนนั้นผมก็เริ่มกันแบบก๊อกๆ แก๊กๆ ผมก็อายๆ ครับ ขายของไม่เป็น ไม่กล้าขาย ก็ต้องอาศัยแฟนที่มีประสบการณ์การขายของช่วยๆ กันไป ก็พอมีเงินเข้ามาแบบไม่ต้องพึ่งพ่อแม่ ผมก็รู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น แต่พอขายไปได้สักพัก ผมก็อยากจะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากกว่านี้ ประจวบกับช่วงนั้น ยอดขายของร้านแฟนที่แพลตินัมเริ่มนิ่ง แฟนผมเลยตัดสินใจเซ้งร้านเอาเงินก้อนมาถือไว้ก่อน ส่วนผมเองก็มีเงินเก็บนิดหน่อย (และขอเพิ่มจากคุณแม่มาอีกนิดหน่อย) เราสองคนก็เลยคิดจะลงทุนเปิดร้านจริงจังมากกว่าการขายของตามตลาดนัด



อีกมุมของร้านนะครับ ร้านผมไม่ใหญ่มาก ราคาไม่แรง กำไรอาจจะไม่เยอะมาก แต่ผมตั้งราคาให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่าย ทำให้ร้านผมพอมีเงินหมุนให้อยู่รอดไปได้ครับ
 
และก็เป็นความบังเอิญที่ผมไปได้ร้านที่จัตุจักรเข้าพอดี ผมก็ตัดสินใจลงทุนเปิดร้านที่จตุจักร และก็ค่อยๆ เพิ่มสาขาไปเรื่อยๆ เพื่อให้มีที่วางของมากขึ้น ผมถือคติว่า ยิ่งวางมาก ลูกค้าเห็นมาก ก็มีโอกาสขายมากขึ้น ผมก็ขยายไปเรื่อยๆ จนมีร้านที่จตุจักรทั้งหมดเจ็ดร้าน แต่ผมก็มองว่า จตุจักรทำเงินให้ผมได้แค่ศุกร์ - เสาร์ - อาทิตย์ ผมอยากมีเงินหมุนเข้าทุกวันมากกว่า ผมก็เลยคุยกับแฟนว่า เราควรจะหาทำเลในการขายของเพิ่มขึ้น แฟนผมก็เห็นดีเห็นงามไปกับผมด้วย เราก็ค่อยๆ หาทำเลกันไปเรื่อยๆ จนมาเจอ Union Mall
 
ต้องออกตัวก่อนว่า บ้านผมอยู่ซอยลาดพร้าว คือ ใกล้จัตุจักรมาก ผ่าน Union Mall ทุกวัน ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมาย จนกระทั่งผมเริ่มมองหาทำเลใหม่ๆ นอกเหนือไปจากจตุจักร ผมก็เลยสังเกตว่าช่วงถนนหน้าห้าง Union Mall รถติดถึงคอสะพานทุกวัน เสาร์อาทิตย์นี่ถึงขั้นติดยาวไปหน้าบ้านผมเลย ผมก็เลยเริ่มสนใจทำเลนี้ เพราะไม่ไกลจากที่ขายเดิมมาก และก็ใกล้บ้านด้วย ผมก็เลยตัดสินใจเข้าไปเดินลาดเลาในห้าง และก็แอบตกใจนิดนึงว่า คนเยอะกว่าที่คิดไว้มาก แต่ก็อาจจะเป็นเพราะว่าผมไม่เคยคิดว่าห้างนี้จะคนเยอะ คือ ถือว่าเป็นม้านอกสายตาผมมาโดยตลอด







นี่เป็นร้านแรกของผมครับ ลากน้องชายมานั่งเฝ้าเก็บเงินให้ ต้องบอกว่า ครอบครัวผมดีครับ สนับสนุนช่วยเหลือผมกับแฟนทุกอย่าง อันนี้ถือเป็นบุญจริงๆ ผมกับแฟนตัดสินใจเปิดร้านแรกใน Union Mall ซึ่งก็เป็นไปได้ดีกว่าที่คาด คือ ตามสไตล์ของห้าง คนจะเข้ามาเป็นเวลาที่แน่นอน คือ พักเที่ยง หลังเลิกงาน และเสาร์อาทิตย์ทั้งวัน ซึ่งก็ทำให้ผมมีรายได้เข้าแน่นอนทุกวัน ไม่เหมือนกับร้านที่จตุจักรที่ทำเงินได้แค่สามวันต่อสัปดาห์เท่านั้น พอเปิดไปได้สักพัก Union Mall ก็ชวนผมไปตั้งร้านที่ส่วน Union Mall Department ที่เป็นพื้นที่ของห้างเอง ผมก็ลองไปเปิดดูตามคำชวน เปิดเล่นๆ นะครับ แต่ก็ถือว่าทำรายได้ให้ผมพอควรทีเดียว





ร้านของผมในส่วน Union Mall Department ครับ ทำเลตรงนี้ขายง่ายกว่าในห้างนิดนึง อาจจะเพราะร้านรวงข้างๆ มีแต่ดีไซน์เก๋ๆ คนเลยตัดสินใจง่ายกว่า ผมเปิดสองร้านติดกันครับ ร้านของผมขายแว่น และร้านของแฟนขายเสื้อผ้าและเครื่องประดับจุกจิกของผู้หญิง
** ถึงตอนนี้ อาจจะมีคนสงสัยแล้วใช่ไหมครับว่าผมจัดการร้านทั้งหมดได้อย่างไร บอกตรงนี้เลยครับว่า ลำพังผมกับแฟนคงไม่สามารถจัดการได้แน่ๆ ถ้าไม่มีครอบครัวของพวกเราช่วยเหลือ เพราะเรื่องการเก็บเงินในร้าน เราให้ทุกคนในครอบครัวมาแสตนด์บายที่ร้านหมดเลยครับ (ก็ทั้งตัวผม ตัวแฟน แม่ผม แม่แฟน น้องผม น้องแฟน เรียกว่ากวาดทุกคนในตระกูลมารวมกันหมด) และจ้างเด็กมาเฝ้าร้าน เปิดร้าน ปิดร้าน จัดของเท่านั้น และก็ต้องถือว่าผมบุญดีจริงๆ ล่ะครับเรื่องนี้
นับตั้งแต่ผมเริ่มตัดสินใจขายของตลาดนัดกับแฟนครั้งแรกก็สามปีได้แล้วครับ รายได้ถือว่ามั่นคงพอสมควร อะแฮ่ม ... มาถึงจุดสำคัญคือ ... นอกเหนือจากที่ผมต้องการเขียนกระทู้นี้เพื่อบอกกับทุกคนว่า ถ้าเราตั้งใจที่จะทำอะไรจริงจัง และเราแน่ใจในตัวเองมากพอ เราก็จะพร้อมฝ่าอุปสรรคและอะไรต่อมิอะไรในชีวิตได้อย่างแน่นอนครับ ผมเชื่อแบบนั้น เพราะผมเองก็ผ่านจุดนั้นมาแล้ว ... กระทู้นี้ ผมอยากเขียนเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วยครับ ว่าผมมาถึงจุดนี้ได้ ก็เพราะเธอคนนี้
 
ปีนี้เป็นปีที่เจ็ดแล้วครับที่เราคบกันมา ผมรักเธอเพราะเธอรักตัวเองมาก เธอรู้ว่าเธอชอบอะไร ชีวิตเธอต้องการอะไร และเธอก็มุ่งมั่นเดินทางไปตามทางที่ตัวเองเชื่อมั่น (ถึงแม้ว่าเธอจะทะเลาะกับคุณพ่ออย่างมากมาย แต่ในที่สุดเธอก็พิสูจน์ตัวเองให้คุณพ่อยอมรับได้ในแบบของเธอครับ) และเธอก็สามารถประคับประคองผมไปกับเธอได้ ผมเรียนรู้อะไรมากมายจากเธอ เราสนับสนุนกันและกันในเรื่องงาน และอย่างที่ผมบอกไปว่า ถ้าผมไม่มีครอบครัวคอยสนับสนุน ผมคงมาไม่ถึงจุดนี้ได้
และตอนนี้ เธอก็กำลังจะกลายมาเป็นครอบครัวเดียวกับผมแล้วครับ ^^ 



ปกติไม่ค่อยชอบออกสื่อนะครับ แต่ครั้งนี้ขอเป็นกรณีพิเศษ เก็บไว้เป็นที่ระลึก ^^
ใช่ครับ ... กระทู้นี้ผมเขียนขึ้นก่อนที่ผมจะแต่งงานกับเธอ ผมอยากเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่าผมกับเธอผ่านอะไรร่วมกันมาบ้าง และถ้าชีวิตของเราต่อจากนี้เกิดปัญหาอะไร เราจะได้ย้อนกลับมาอ่าน เพื่อจะระลึกว่า เราเคยลำบากร่วมกัน และรักกันมากแค่ไหน เราเคยล้มลุกคลุกคลานมาด้วยกันทั้งที่แผงตลาดนัด จัตุจักร จนมาถึง Union Mall และเราก็จะล้มลุกคลุกคลานด้วยกันต่อไป
จบแล้วครับ ... หวังว่าทุกคนคงได้ประโยชน์จากกระทู้ผมบ้าง ไม่มากก็น้อยนะครับ
 
* เรื่องทั้งหมดเป็นประสบการณ์ของผมและแฟน ไม่มีอะไรผิดและไม่มีอะไรถูก สิ่งที่ผมและแฟนตัดสินใจอาจจะไม่เหมาะกับทุกคน ลองอ่านเรื่องของผมเป็นข้อมูล แล้วนำไปปรับใช้กับชีวิตของทุกคนเอง ขอให้มีความสุขกับชีวิตที่คุณเลือกนะครับ

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ
 



 
Created date : 28-03-2016
Updated date : 28-03-2016
Post by : unionmall_official
ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์ ตั้งอยู่ในกลางห้าแยกลาดพร้าว ศูนย์รวมของแฟชั่นครบวงจร ที่กำลังปรับปรุงพื้นที่ใหม่ทั้งภายนอก และภายใน หากเปรียบ Union mall เป็นผู้หญิง เธอกำลังถูกแต่งหน้า ทาปากใหม่ และไม่เพียงแต่รูปลักษณ์ภายนอกที่เก๋ไก๋เตะตา Union mall ยังคงความสวยงามภายในไว้เช่นเคย เธอยังเป็นคนเรียบง่ายติดดิน ที่ชอบพูดคุยสนุกสนานและเข้าได้กับทุกเพศทุกวัย จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงมีคนเข้ามาหา และเดินเล่นกับเธอเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ติดตามได้ที่เพจ UnionMall

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles