[Vintage ]  [review] "เจ้าแห่งทงคัตสึ" เด็ดจริง ดีจริง บอกเลยเจ้านี้ไม่ธรรมดา "Tonkatsu Maisen"

 
 
 

 

ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวก่อนนะครับ
ผม ชาญ Popนิยม เป็นคนชอบตระเวนเที่ยว ชอบพาตัวเองไปอยู่ในสถานที่เจ๋งๆ คูลๆ ป๊อบๆ หากมีกิจกรรมที่น่าสนใจ และไม่ติดอะไรละก้อ เรียกได้ว่าต้องขอไปแจมเค้าตลอด

(Pop>Popular>เป็นที่นิยม = Popนิยม ไว้ครัั้งหน้าจะมาเล่าโดยละเอียดให้ฟังอีกครั้งนะครับ)

 

เกริ่นเรื่องตัวเองมาซะนาน เข้าเรื่องเลยดีกว่า 
เรื่องมีอยู่ว่า........................

ยังไม่ทันจะได้พิมพ์กลับไปถาม

น้องพิมพ์ต่อ "ทงคัตสึ ไมเซน สาขา ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิตพี่"

เช็คตารางแล้วไม่ติดอะไร รีบตอบอย่างไว ไปๆ เจอกัน

 

ดีใจมากที่ทางร้านเชิญชวนมาชิม
แต่ก็คิดในใจ ว่าแล้วมันจะแตกต่างจากหมูทอดที่เราเคยกินตามร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปยังไง??
แล้วมันจะมีอะไรพิเศษได้อีกแค่หมูทอดทงคัตสึ คิดนู้นนี่นั่นตลอด........................... 
จนกระทั่งถึงวันนัด
 

 
ผมขับรถไปที่ห้างฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต หลังจากไม่ได้ไปนาน เนื่องจากไกลจากบ้านพอสมควร ต้องบอกเลยว่า ฟิวเจอร์ฯวันนี้ กับฟิวเจอร์ฯวันที่ผมรู้จัก ช่างต่างกันลิบลับ มีโซนเปิดเพิ่ม ZPELL  ร้านค้าเจ๋งๆเพียบ ร้านอาหารน่ากินเยอะมาก เรียกได้ว่าน่าเดินกว่าเดิมบานนนนน.....
แล้วก็เดินได้สบายกว่าห้างอื่นแม้ว่าคนจะเยอะเนื่องจากเป็นห้างที่กว้างขวางเป็นอย่างยิ่ง
และที่ชอบมากคือ ที่จอดรถหาไม่ยาก แอบไปหาตัวเลขมา เค้าว่ามีมากถึง 8000 คันเลยทีเดียว

 
 
เรานัดเจอกันที่หน้าร้าน Maisen หาไม่ยากครับ อยู่ชั้นใต้ดิน (ชั้นB) ติดกับS&P บริเวณกลางๆห้าง 
  
ไปวันธรรมดา คนเลยไม่เยอะมาก เดินชิลเลย


 
ต้องบอกว่าสาขานี้ขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่เข้าไปนั่งแล้วไม่รู้สึกอึดอัด 
ภายในร้านตกแต่งเป็นแนวญี่ปุ่น(แน่นอนแหละ แหม่) 
เน้นโทนสีไม้ๆไลต์ติ้งเหลืองๆ ดูอบอุ่น มีเพลงบรรเลงเบาๆ
เรียกได้ว่าบรรยากาศก็ชวนเคลิ้มแล้ว......
  
  จะเลือกมุมนั่งเป็นโต๊ะหรือนั่งตรงเคาน์เตอร์ก็ได้

 
 
เข้าไปนั่งเรียบร้อยก็สั่งอาหารซิคร้าบ เมนูมีให้เลือกหลากหลายมาก
เรียกได้ว่ายืนพื้นคือเจ้าทงคัตสึนี่แหละ แต่วิธีการกินนั้นมีหลากหลายมาก แบบมากจริงๆ
     
              สามารถสั่งชีสมาเพิ่มได้ด้วยนะเออ สำหรับชีส เลิฟเวอร์


 





ซึ่งชาญสั่งเป็นชุดข้าวแกงกระหรี่คุโรบูตะทงคัตสึ 
ระหว่างรออาหารซึ่งใช้เวลาประมาณ 10-15นาที
เนื่องจากทางไมเซนจะปรุงสดใหม่ทุกชิ้น เพื่อให้ได้คุณภาพของอาหารที่ดีที่สุดถึงมือลูกค้า

(เร่งไม่ได้นะขั้นตอนนี้..........อยากกินของอร่อยต้องใจร่มๆ)





 

ระหว่างรออาหารก็ได้มีโอกาสนั่งคุยกับคุณเล็ก Brand Manager ของไมเซน
จึงได้ถามคำถามหลายอย่างที่ค้างคาในใจ คุณเล็กก็ให้ข้อมูลอย่างเต็มที่
ซึ่งชาญจะขอสรุปคร่าวๆที่จำได้ละกัน

 

 

จริงๆต้องบอกว่า ทงคัตซึไมเซนเนี่ย ดังมากเลยนะในญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นร้านอาหารประเภททงคัตสึหรือหมูชุบแป้งทอด มาตั้งแต่ ค.ศ.1965  โดยมีสาขาทั่วประเทศญี่ปุ่น เรียกได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการปรุงทงคัตสึมา 51ปีแล้ว อึ้ง!!!
และเข้ามาประเทศไทย เป็นประเทศแรกในปี พศ.2555
ปัจจุบันมี 8 สาขา โดยส่งต่อความพิถีพิถันมาจากต้นตำรับกันเลยทีเดียว

 
                  ภาพจากในร้าน แค่เห็นรูปนี้ก็รู้สึกได้ถึงความพิถีพิถัน ความละเอียด บิ้วอารมณ์ก่อน    



ระหว่างที่คุณเล็กอธิบายอยู่นั้น............
 

พนักงานก็นำ กะหล่ำฝอยแช่เย็นๆ มาเสิร์ฟ ให้กินเป็นออเดิร์ฟ
กินกับน้ำสลัดโชยุหรือครีมงาขาว(ส่วนตัวชอบครีมงาขาวมาก นัวๆมันๆ) ชาญและเพื่อนๆ กินหมดอย่างเร็ว

พนักงานรีบเดินเอามาเติมให้พร้อมบอกว่า "กระหล่ำฝอยกับข้าวที่ร้านเติมได้ไม่อั้นนะคะ" 

โอ้มายก็อด!! 

ยิ้มอ่อนใส่พนักงาน "พอก่อนก็ได้ครับ กลัวทานหมูไม่ไหว"

  
น้ำสลัดครีมงาขาว(ส่วนตัวชอบอันนี้) และ น้ำสลัดโชยุ

 

คุณเล็กยังให้ข้อมูลต่ออีกว่า ทงคัตสึที่ดีประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก








 


 

2.เกล็ดขนมปัง : "ที่ร้านใช้เกล็ดขนมปังสด ใช้วันต่อวัน ไม่มีเก็บค้างคืน ควบคุมความชื้น ชุบไข่แล้วทอดในอุณภูมิที่กำหนด ตามมาตราฐานของไม เซนทุกชิ้น"

คุณเล็กเน้นย้ำ !!! ผมนี่กลืนน้ำลายตาม.......


 

 



 

3.ซอส : คนญี่ปุ่นจะมีความเชื่อว่า สื่งที่เป็นส่วนสำคัญในการตัดสินรสชาติของทงคัตสึ คือซอส ซอสของไมเซนทำจากผลไม้และเครื่องเทศหลากหลายชนิด เรียกได้ว่าเฉพาะตัวสุดๆ โดยคุณเล็กเล่าเพิ่มเติมว่า ในสมัยก่อน เวลาเค้าทำซอส คนทำจะคัดสรรผลไม้สดใหม่มากมายมาทำซอส โดยหลังจากทำทุกครั้งจะมีการอธิษฐาน "ขอให้ซอสนี้อร่อยขึ้นเถอะ" จนได้เป็นซอสเอกลักษณ์ สูตรไมเซนสูตรนี้ออกมา

เล่ามาถึงตอนนี้  ผมนี่ท้องร้องเลย แบบไม่ไหวแล้ว ขอลองหน่อยเถ้ออออออ





 


 

และแล้วในที่สุด เวลาที่ ชาญ รอคอยก็มาถึง อาหารมาแล้วจ้า................
ผมนี่ใช้ตะเกียบคีบกินทันที โดยลืมถ่ายรูปไปเลย แล้วก็ออกมาดังนี้ครับ
  
 

 
สีหน้านี่เก็บอาการไม่อยู่กันเลยทีเดียว


 
  
สารภาพตามตรง ชาญเป็นคนที่อร่อยง่ายนะ แต่สำหรับร้านนี้มันเกินคำว่าอร่อยไปแล้วครับ
เกล็ดขนมปังฟู ดูเหมือนจะแข็งแต่ไม่เลย บางเบามาก กร๊วบบบบบบบ คือเสียงที่ได้ยิน
หมูก็ไม่เหนียวเลย ออกฉ่ำๆหน่อย


ตัวแกงกระหรี่ รสชาติดี รู้ได้เลยว่าต้องใส่วัตถุดิบหลายอย่าง มันมีรสชาติแฝงเยอะ
หอมเครื่องเทศ กลิ่นหอมกำลังดี ไม่เยอะเกินไป
ที่สำคัญให้มาเยอะมากๆ ราดกันแบบจุใจ กินกับข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ ฟินแท้


มีเครื่องเคียงตัดเลี่ยนแกล้มด้วย ชาญลองให้เพื่อนที่ไม่ค่อยชอบแกงกระหรี่กิน
ยังชอบเลย แย่ง ชาญกินไปหลายคำ
 
 


 
ส่วนอันนี้เป็นรูปที่ชาญแอบไปชิม ของเพื่อนคนอื่นมา (อันนี้งานถนัด)
 
จานแรก : ชุดคุโรบูตะ คัตสึมาบูชิ เมนูขึ้นชื่อและได้รับความนิยมที่ญี่ปุ่น  
  
มีวิธีการกินได้หลายแบบ มากถึง 3 วิธี  ทั้งอร่อยและสร้างสรรค์
(1.ทานได้เลย/2.แยกใส่ถ้วย+เครื่องเคียง/3.แยกใส่ถ้วย+เครื่องเคียง+น้ำซุป)



 
จานที่สอง : ชุดคุโรบูตะ กิมจิ นาเบะ ไม่ควรพลาดสำหรับคนที่ชอบกิมจิ
 
สำหรับเมนูนี้ ชอบตรงคุโรบูตะที่นุ่มมากแทบละลายในปาก ชุ่มไปด้วยซุปกิมจิรสเข้มข้น

 
 จานสุดท้าย : ชุดไมเซนฟองดูว์ชีสทงคัตสึ เป็นที่ฮือฮามากชุดนี้
  
ธรรมดาตัวทงคัตสึเองก็ฟินมากอยู่แล้ว เจอฟองดูว์ชีสเพิ่มเข้าไปอีก รุมทึ้งถ้วยชีสกันใหญ่


 
จริงๆ ทางร้านยังมีซอสและเครื่องปรุงให้เลือกปรุงได้อีกเพียบเลย เรียกได้ว่า หมูทอด หั่นออกมา 6 ชิ้น
เลือกกิน รสชาติละชิ้นยังไม่พอเลย ไม่มีจำเจแน่นอน

 
ซอสนี่มีทั้ง ซอสอะมาคุจิ(ซอสหวาน) เป็นซอสต้นตำรับของไมเซน 
ทำมาจากผัก ผลไม้และส้มแมนดาริน มีรสหวานอมเปรี้ยวหน่อยๆ (ชอบอันนี้)
และ ซอสคาละคุจิ(ซอสหวานน้อย) อันนี้จะแตกต่างจากอันแรกคือมีรสเปรี้ยวโดดออกมาหน่อย
ชาญว่ารสชาติจะคล้ายคลึงซอสไก่งวง
  
 เครื่องปรุงวางเรียงเป็นระเบียบสวยงาม และมีป้ายบอกโดยละเอียด ไม่ต้องกลัวงง

 
และยังมีมัสตาร์ด เป็นมัสตาร์ดสด ตีใหม่ทุกวัน ชาญว่ารสคล้ายๆวาซาบิ เป็นการเพิ่มรสและกลิ่นฉุนให้กลมยิ่งขึ้น
ที่อยากจะนำเสนออีกอัน คือ เกลือปรุงรส คือไม่รู้จะอธิบายยังไง เป็นเกลือที่ไม่ได้มีแค่รสแค่เค็ม 
คงเพราะมีส่วนผสมของเครื่องเทศหลายชนิด ทั้งกลิ่นและรสชาติจะนัวๆ กลมกล่อมธรรมชาติมาก
(ทำมาขายแยกยังได้เลย เชื่อว่าขายดีแน่ๆ)
  
เอาจริงแค่นี้ก็พอแล้วนะ ทงคัตสึ ข้าว กะหล่ำซอย ใส่เกลือนิดนึง ตาย ตายๆๆ

 

และอีกเมนูนึงที่ต้องบอกเลยว่า แว่บแรกที่เมนูนี้มาเสิร์ฟที่โต๊ะ

สิ่งที่คิดคือเฮ้ยเจ๋งว่ะ หน้าตาโคตรดีอ่ะ เลยถามพนักงานที่เอามาเสิร์ฟว่า "เค้าเรียกว่าอะไรอ่ะครับ" 
กุ้งคัตซึพ็อคเก็ตแซนวิช
 มันคือแซนวิชแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นขนมปังก้อนกลมๆ รูปทรงคล้ายซาลาเปา
ด้านบนปั้มร้อนเป็นโลโก้ของ Maisen ให้อามณ์ขลังๆ ยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก ไส้ด้านใน ด้านบนเป็นไข่ดาวเยิ้มนิดๆ
ด้านล่างเป็นกุ้งชุบเกล็ดขนมปังทอด บวกกับซอสรสชาติกลมกล่อม
ต้องบอกว่าเมนูนี้เป็นเมนูนึงที่ประทับใจมาก และหมดเร็วมาก ถึงขั้นต้องแย่งกันกินกับเพื่อนเลยทีเดียว

   
ทางร้านเค้าจัดเรียงมาให้อย่างสวย ไอเราตามประสาคนมือบอนก็ประกอบร่างให้มันอีก ชอบรอยปั้มโลโก้ ดูขลังดี



 

เมื่อของคาวบนโต๊ะทยอยหมดไป พนักงานเดินมาสอบถาม รับของหวานเลยไหมคะ มีให้เลือก 3 อย่าง เต้าฮวยฟรุตสลัด ไอศครีมชาเขียว และ อัลมอนด์คัสตาร์ด เป็นอันครบถ้วนทั้งคาวหวาน ปิดท้ายกันแบบฟิน ฟินเลยทีเดียว
    



หลังจากหนังท้องตึง สายตาก็เริ่มสังเกตุนู้นนี่นั่น ทำให้ชาญรู้สึกได้อย่างนึง
 

"เราจะชอบมากเวลาที่ไปกินข้าวที่ร้านไหนแล้วพนักงานดูให้บริการด้วยความเต็มใจ ยิ้มแย้ม มีความสุขกับงานของเค้า"
เป็นอีกมุมนึงที่ประทับใจ สำหรับร้านไมเซนที่ชาญอยากจะเล่าให้ฟัง
พนักงานที่ให้บริการภายในร้าน ไม่ว่าจะเป็น พนักงานเสิร์ฟ พ่อครัว
ไม่รู้ซิ เรารู้สึกได้นะ ว่าพวกเค้าเหล่านั้น ใส่ใจและตั้งใจกับสิ่งที่เค้าทำ 

         
พนักงานในร้าน ยิ้มแย้มเต็มใจให้บริการ (แต่จะดูเกร็งนิดๆ เวลาขอถ่ายรูป น่ารัก!!!)
หน้าตาพ่อครัวเอาจริงเอาจังมาก

 

ต้องขอขอบคุณร้าน Maisen Tonkatsu ที่เชิญให้ชาญมาสัมผัสประสบการณ์ดีๆ 
ถือเป็นการเปิดโลกการกินทงคัตสึของชาญเลยครับ รู้สึกได้ถึงความเป็นต้นตำรับที่สืบทอดมาเป็นอย่างยาวนาน
ด้วยกรรมวิธีที่พิถีพิถัน ใส่ใจในรายละเอียดและคงไว้ซึ่งคุณภาพมาตราฐาน ตามแบบฉบับสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ 
อาหารรสชาติเยี่ยม บรรยากาศดี ราคาคุ้มค่า คิดว่าคงจะกลับกินอีกแน่นอน !!!!



ก่อนกลับ 
ตามสไตล์ต้องมีอะไร ติดไม้ติดมือ
ชาญเลยสั่งกุ้งคัตซึพ็อคเก็ตแซนวิช  เผื่อไว้กินในรถเวลารถติด (จริงๆเป็นข้ออ้าง 5555+)
"บอกเลยว่าเมนูนี้ ชิ้นเดียวไม่เคยพอ ขนาดอิ่มพุงจะแตก ยังต้องสั่งกลับบ้านอ่า คิดดู"
 


  



สุดท้าย ท้ายสุด มีเกร็ดเล็ก เกร็ดน้อยมาฝากจ้า

คำว่า "คัตสึ" ในภาษาญี่ปุ่น มีความหมายว่า "ชัยชนะ"

คนญี่ปุ่นจึงทำการถือเคล็ด ในเวลาที่ลูกหลานมีการสอบหรือแข่งขันอะไรก็ตาม
ก็จะพาไปกิน ทงคัตสึ เพื่อเป็นการเอาฤกษ์เอาชัย

งั้นพวกเราไปกิน Maisen Tonkatsu กันเถอะ อร่อยด้วย เอาฤกษ์เอาชัยด้วย หว่ออออออ เจ๋งป่ะละ

คราวหน้าหากมีโอกาสได้ไปเจออะไร Pop Pop เจ๋งๆ ไว้จะมาเล่าให้ฟังอีกนะครับ

มีความสุขกับชีวิตในทุกๆวันนะครับ

ชาญ Popนิยม

Email : chan.selarak@gmail.com

Tel : 099-445-1642 


 
  


- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles