[Healthy ]  [article] กินแล้วหุ่นดีแบบบ๊วยๆ

 
 
 
กินแล้วหุ่นดีแบบบ๊วยๆ

เคยได้ยินกันแต่ว่าอดอาหารแล้วจะผอม แต่พี่บ๊วยจะมาบอกว่า ถ้าเรารู้จักร่างกายเราดี ยิ่งกินยิ่งหุ่นดีครับ!!!

     ไม่ว่าจะ อดข้าว งดแป้ง เป็นผีตู้เย็น ออกกำลังกายซะลากเลือด และอีกต่างๆนาๆสารพันที่คิดว่าทำแล้วจะหุ่นดี พี่บ๊วยลองมาหมดละครับ แต่เท่าที่ทดลองมามันไม่ค่อยได้ผลและไม่ยั่งยืนเท่าไหร่ ก็เลยลองหันมากินคลีนแบบนับแคลอรี่ สิ่งที่เจอคือสัดส่วนสารอาหาร และโปรตีนก็ไม่ค่อยพอต่อความต้องการ  และตัวพี่เองก็ไม่ค่อยเชื่อเรื่องแคลอรี่

อ้าว!!! แล้วจะทำยังไงล่ะทีนี้ ก่อนอื่น พี่จะชวนมาตั้งโจทย์กันก่อน เพราะเมื่อตั้งคำถามถูก สมองจะพาเราไปหาผลลัพธ์ที่เราต้องการ คำถามก็คือ

“จะกินอย่างไรให้ได้หุ่นที่ดี กล้ามเนื้อสวยงาม ไม่ย้วย”


     ก็มาดูเลยว่าเรารู้จักร่างกายเราดีแค่ไหน เรากินได้เยอะน้อย ระบบแปรรูปและสะสมในร่างกายเราเป็นยังไง สงสัยกันบ้างไหมอะครับ ก็แนะนำว่าเราควรมารู้จักระบบเผาผลาญของเรากันก่อนเพื่อให้เราหาคำตอบกันได้ง่ายขึ้น ระบบเผาผลาญของร่างกายจะย่อยสิ่งที่เรากินเข้าไปตามลำดับดังนี้ครับ
  1. คาร์โบไฮเดรต หรือ อาหารจำพวกแป้ง
  2. โปรตีน ทั้งจากเนื้อสัตว์ และ พืช
  3. ไขมัน ทั้งไขมันดี และ ไขมันเลว

ถ้าแบ่งให้ละเอียดขึ้น ในทุกๆวัน ร่างกายของเราจะได้พลังงานจากข้อ แป้งและโปรตีน ที่เราทานเข้าไปทุกมื้อ แต่สำหรับไขมันนั้นร่างกายจะเก็บสะสมเป็นพลังงานสำรองครับ มาบวกกับหลักโภชนาการที่จัดสัดส่วนการกินสำหรับอาหาร 5 หมู่ต่อหนึ่งมื้อว่าควรเป็น
  • แป้ง 40-50%
  • โปรตีน 25-30%
  • ผักผลไม้ 25-30%

สัดส่วนนี้เป้นค่าคร่าวๆ ซึ่งก็ต้องปรับอีกทีตามแต่ละคนนะครับ เพราะร่างกายแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกันครับ

     พอพี่รู้อย่างนี้แล้ว การอดแป้งนี่ก็ไม่ตอบโจทย์ เพราะเมื่อเราอดแป้ง ร่างกายก็จะถัดไปย่อยโปรตีน เพื่อนำพลังงานมาใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ถ้าเราดูโปรตีนที่เรากินกันในแต่ละมื้อ ก็ไม่ค่อยจะเพียงพอต่อพลังงานที่ร่างกายต้องการ ทำยังไงละครับทีนี้ ร่างกายเราก็มีโปรตีนนะครับ คือกล้ามเนื้อ เมื่อพลังงานไม่พอ ร่างกายก็จะดึงกล้ามเนื้อมาเผาผลาญเพื่อหาพลังงานทดแทน

     น้องๆคงสงสัยสิครับว่าทำไมพี่ไม่เอ่ยถึงไขมัน เพราะร่างกายเราเก็บไขมันเป็นพลังงานสะสม และ
แหล่งเผาผลาญไขมันเพียงหนึ่งเดียวของร่างกาย ก็คือกล้ามเนื้อครับ ดังนั้น ถ้าเราอดแป้ง กล้ามเนื้อจะถูกทำลาย และทำให้ความสามารถและประสิทธิภาพของการย่อยไขมันของร่างกายเราแย่ลงครับ นอกจากนี้ที่พี่เคยบอกว่าสมองส่วนกลางเป็นตัวปรับสมดุล เมื่อร่างกายไม่ได้รับแป้งเข้าไปย่อยๆ สมองส่วนกลางก็จะปรับสมดุล ลดความสามารถในการย่อยแป้งไปในตัวด้วยครับ
 
     ทีนี้ก็ไม่แปลกเลย ที่เวลาเรางดแป้งแล้วเราจะผอมเร็ว แต่เมื่อเรากลับมากิน คราวนี้จะสังเกตได้ว่า อ้วนเอาๆ อีกความเชื่อก็คือการอดอาหาร สำหรับพี่นี่ขอให้เพิ่มมื้อซะด้วยซ้ำ เพราะถ้าเราอดอาหาร ร่างกายจะไปเข้าใจอะไรว่าเราอยากลดความอ้วน แต่สมองมันจะเข้าใจว่าเราขาดแคลนอาหาร คราวนี้ระดับอัจฉริยะคอพิวเตอร์อย่างสมองของเราก็แน่นอนไม่รอช้าเลยทีเดียว จะปรับเข้าสู่โหมดเซฟพลังงานอย่างอัตโนมัติ โดยลดการเผาผลาญ และกักเก็บพลังงานเพิ่ม ผลที่เราสังเกตได้คือ เมื่ออดอาหารแรกๆ น้ำหนักก็จะลด แต่เมื่อเราอดจนเคยชิน จะสังเกตได้ว่า กินนิดหน่อยก็อ้วนขึ้น
พอเรามีความเข้าใจแบบนี้แล้ว พี่ก็มาคิดว่าถ้าเรา
  • อยากหุ่นดี กล้ามเนื้อสวย พี่ก็ต้องกินแป้ง กินโปรตีน ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
  • ลีนออกแล้วไม่ย้วย เราก็ต้องรู้จักวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสม

น้องๆต้องสงสัยแน่เลยว่าเท่าไหนที่เรียกว่าพอ คราวนี้เราก็มาสังเกตตัวเองกัน วิธีของพี่ก็ง่ายๆ พี่ใช้อุปกรณ์ 2 อย่าง คือ
  1. เครื่องชั่งอาหาร  เพื่อเอาไว้ชั่งปริมาณแป้ง และ โปรตีนในแต่ละมื้อ
  2. เครื่องชั่งน้ำหนัก  เพื่อเอาไว้ชั่งน้ำหนักเราตอนก่อนนอน และ หลังตื่นนอน เพื่อเป็นการทดลองของเราเองว่า เรากินอะไรเข้าไป แล้วมีผลอย่างไร และ ระหว่างนอน ระบบเผาผลาญเราทำงานยังไง
 

พี่ไม่ได้นับแคลอลี่ในอาหารแต่ละมื้อ แต่ละวันของพี่ เพราะพี่คิดเองว่าไม่มีสูตรตายตัวและมันยุ่งยาก และพี่ก็เน้นอยากรู้ปริมาณแป้งและโปรตีน สัดส่วนอาหารที่กิน สิ่งที่พี่บ๊วยทำก็คือชั่งอาหารเป็นกรัมเลยว่าเรากินอะไรเท่าไหร่

     ขั้นต้นก็เริ่มจาก
แป้ง 100 กรัม ก็ชั่งข้าวสวยที่เรากินเนี่ยแหละครับ แต่พี่ก็เลือกข้าวที่มีกากไยหน่อย เลยหลักกินเป็นข้าวกล้อง หรือข้าวสีต่างๆ ซึ่งมีคุณค่าทางอาหารอื่นๆเพิ่มเติมจากแค่คาร์โบไฮเดรต
ส่วนโปรตีน พี่กินประมาณ 200-250 กรัม ชั่งก่อนปรุง ซึ่งโปรตีนนี่สามารถเป็น เนื้อวัว เนื้อหมู ไก่ และ ปลาต่างๆได้เลยครับ น้องๆอาจถามว่าติดมันได้ไหม อันนี้ก็ได้ครับ แล้วก็สังเกตตัวเองตอนชั่งน้ำหนักอีกที เพราะร่างกายแต่ละคนทำงานไม่เหมือนกันครับ เอาจริงๆก็เอาที่เราพอทำได้ อย่าไปฝืนมาก เดี๋ยวมันจะไม่ยั่งยืน

 

ในเรื่องผักนั้น พวกผักใบเขียวกินได้ไม่จำกัด กินแกล้มกันไปในมื้อเลย ส่วนผักบางอย่างที่มีแป้งเยอะ ก็กินได้ในปริมาณที่พอเหมาะ แต่ผักกินไปเถอะครับ เพราะแต่ละมื้อ เราไม่กินเยอะเกินอยู่แล้ว ส่วนมากที่กินมีแต่จะไม่พอ แต่สำหรับผลไม้ จะมีผลเรื่องน้ำตาล นักโภชนากรแนะนำให้เรากินผลไม้ในปริมาณเท่า 1 กำปั้นของเรา ต่อ 1 มื้อเท่านั้น!!

ส่วนเรื่องไขมัน เนื่องจากเราเก็บเป็นแหล่งพลังงานสะสม หมายความว่าร่างกายเรายังต้องการไขมัน แต่ขอให้เลือกกินเป็นพวกไขมันดีแทนครับ อย่างพี่นี่หลีกเลี่ยงเลยก็น้ำมันพืช น้ำมันถั่วเหลือง จะมาใช้น้ำมันมะพร้าวปรุงอาหาร น้ำมันมะกอก น้ำมันอโวคาโด น้ำมันรำข้าว ชนิดที่ใช้ขึ้นอยู่กับความร้อนและวิธีการปรุงครับ น้ำมันหมู ถ้าเจียวเองนี่พี่ก็ไม่ห้ามนะครับ เพื่อนพี่ปรุงอาหารด้วยน้ำมันหมู เค้าก็หุ่นดีได้ ลดมาแล้ว กิโลกรัม
 
อันนี้อยู่ที่เราทำการทดลองเลยครับ แต่ขอให้เลือกของที่ค่อนข้างธรรมชาติ เพราะจะเหมาะกับเอนไซม์ในร่างกายทำให้ย่อยได้ง่ายครับ เมื่อเราชั่งและรู้ดีว่าเรากินอะไรเข้าไปบ้าง เราก็จะวัดการเปลี่ยนแปลงของร่างกายผ่านสิ่งที่กินเข้าไปได้ และพี่บ๊วยขอแนะนำเลยนะน้องๆ ว่าให้กินปริมาณพอเหมาะ แต่ละมื้อ ถ้าระหว่างมื้อยังหิว แสดงว่าเรากินน้อยไป อาจจะต้องเพิ่มมื้อระหว่างเข้าไปหรือเพิ่มปริมาณ เพราะปกติ พี่จะกินแต่ละมื้อห่างกันประมาณ 3-4 ชั่วโมง ซึ่งตอนนนี้พี่บ๊วยเองกินวันละ 4 มื้อครับ

ส่วนน้องๆก็ลองไปปรับกันนะครับ ว่าตัวเองเหมาะกับปริมาณและความถี่แบบไหน แต่ขอให้เราฟังร่างกายของเราหน่อยว่ามันยังหิวอยู่ไหม หรือกินแล้วอิ่มเกินไป ผ่านไป 3-4 ชั่วโมงยังอิ่มอยู่ นี่ก็บ่งบอกนะครับว่าเราทานเยอะเกินไปในมื้อนั้นๆ

     มาเป็นนักวิทยาศาสตร์โดยใช้ร่างกายเราเป็นห้องทดลองกันเถอะครับ เมื่อเรารู้จักมันดี เราก็จะสามารถหวังผลเลิศจากมันได้ ค่อยๆทำ ค่อยๆเป็นค่อยๆไป ใจเย็นๆ กินเพื่อหุ่นดีก็ไม่ใช่เรื่องยาก แค่เราเข้าใจ และตั้งโจทย์ให้ถูกเท่านั้นครับ


"การกิน และ ออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพ ง่ายแค่เราเข้าใจครับ"
  แวะมาแลกเปลี่ยน พูดคุย กับพี่บ๊วย ได้ที่ FB นะครับ

 
Post by : Khunbuay

“สุขภาพดีไม่ใช่เรื่องยาก ร่างกายเหมือนห้องทดลอง ผมจะพาคุณมารู้จักการทำงานของสมองและร่างกาย แล้วคุณจะรู้ว่าคุณก็มีร่างกายที่ยอดเยี่ยมได้” ติดตามกันได้ที่ แฟนเพจที่นี่ IG: khunbuay

 

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles