[Food Lover ]  [review] ตระเวนกิน ทั่วถิ่นไทย @ ประตูน้ำ ... โจ๊กคุณแม่

 
 
 
:42:     กว่าจะเติบโตกันมาได้ตั้งแต่เด็ก ๆ นั้น เชื่อว่าทุกคน ต้องผ่านอาหารมาชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นเสมือนภาคบังคับของเด็กทุกคน นั่นคือ โจ๊ก  หรือบางคนอาจจะไฮโซวหน่อย  เรียก ข้าวตุ๋นบด ก็ไม่ว่ากัน  แต่พื้นฐานก็จะเหมือนกันคือข้าว  จะเป็นข้าวหอมหรือข้าวอะไรก็ได้ในตระกูลข้าวเจ้านี่แหละ ต้มจะเปื่อย ตีให้ละเอียดมาก / น้อยก็ขึ้นอยู่กับอายุของลูกน้อยนะครับ

:42:     ข้าวที่ตีละเอียดแล้ว จะผสมอะไรล่ะ สมัยชายกางเด็ก ๆ นั้น คุณแม่เล่าให้ฟังว่า  จะครูดเนื้อกล้วยน้ำว้า ไม่เอาไส้กล้วย มาบดเข้าด้วยกัน  เดินไปริมรั้ว เด็ดยอกตำลึงมา 4 – 5 ยอด เลือกเด็ดยอดอ่อนมาไม่กี่ใบ ตุ๋นไปพร้อมข้าว  แล้วมาคนให้เข้ากัน จะใส่เกลือนิด ๆ หรือซีอิ้วขาวหอม ๆ บางทีก็แม๊กกี้  อย่าขำกันครับ สมัย 50 ปีที่แล้ว  แม๊กกี้ ถือเป็นของนอกนำเข้า หากินยากนะครับ ต้องไปร้านใหญ่ ๆ แถวสุขุมวิทถึงจะมีขาย  คนในคลองบางกอกน้อยนี่  ถือเป็นของวี่เศษ 

:42:   ก็โตกันมากับข้าวบดตุ๋นยอดตำลึง กับกล้วยบดกันมาก็หลายคนแล้ว รสชาติและรสสัมผัสมันตราตรึง  จนโตมาอีกนิด ก็ใส่เนื้อสัตว์ลงไป  ไม่พ้นหมูสับ ไก่สับ  มีน้ำซุบเข้ามาเกี่ยวข้อง  ส่วนผสมชักมากขึ้นทุกที  แต่ก็กินได้มาตลอด  จนมารู้จักโจ๊กจริงจังก็ตอนที่กินโจ๊กลุงนัด ที่ขายในเรือยามหัวค่ำ  ชักแตรลมยาว ๆ ได้ยินทั้งคลอง  จนบัดนี้ ขึ้นมาขายบนบกหลายปีแล้ว

  ชายกางเคยนำมาให้ท่านชมไปบ้างแล้ว  http://pantip.com/topic/34014488


:42:     อย่างที่บอกกันครับว่า โจ๊กแบบสมัยก่อนดั้งเดิมนั้น นับวัน จะหากินยากขึ้นทุกที  โจ๊กที่ใช้หมูสับบะช่อ แท้ ๆ ไม่ใช่หมูเด้ง แทบหาไม่เจอ  ร้านดัง ๆ มีสาขาทุกมุมเมืองก็ไม่ถูกปากโดนใจ  แต่ก็ยังเสาะหาไปเรื่อย ๆ  ซึ่งไม่เจอก็ไปหาลุงนัดบ้าง ทำกินเองบ้างไปเรื่อยตามประสา
 

 
:42:     แต่เมื่อเดือนก่อน มีคนแนะนำให้ไปลองกินโจ๊กร้านนึง  ซึ่งเปิดเช้ามาก นี่คือข้อสังเกตอย่างแรกสำหรับร้านโจ๊กดี ๆ คือเปิดเช้า ๆ และร้านนี้ก็เปิด 06.00 หกโมงเช้าพร้อมให้บริการ  มันเข้าทางคนตื่นเช้าแบบชายกางมากครับ  
 

 
:42:     จะรออะไรเล่า  เค้าเปิดเช้า ๆ แบบนี้  วันเสาร์ก็เผ่นไปหาเค้าทันที  ร้านโจ๊กคุณแม่ ประตูน้ำครับ

:42:     ร้านโจ๊กคุณแม่  อยู่ประตูน้ำ ในช่วงฝั่งตรงข้ามกับโรงแรมอินทรา  ชายกางไม่ค่อยคุ้นกับถนนแถวนี้  เลยขับไปถึงแยกมิตรสัมพันธ์ ที่เลี้ยวขวาไป นานาเหนือน่ะครับ  แต่เราเลี้ยวซ้าย มาทางถนนนิคมมักกะสัน  แล้วไปตามทางเรื่อย ๆ เลย
 

## ขอบคุณภาพแผนที่จาก FB ร้านโจ๊กคุณแม่ครับ ##

:42:     พอพ้นลอดใต้ทางด่วนดินแดงปุ๊บ ให้มองซ้ายไว้  ตรงนี้เป็นโรงแรมอิสติน  เลี้ยวซ้ายมาเลยครับ

:42:     เลี้ยวมาแล้ว  200 เมตร เราจะเห็น 7/11 ทางขวามือ  จะมีซอยขวามือ  และร้านแว่นบิวตี้ฟูล  เราก็เลี้ยวขวาเข้าซอยนี้มาเลยครับ ... อย่าตกใจ ซอยแคบจังครับ 

:42:   เราขับมาอีกซัก 200 เมตร จะเห็น 7/11 ก็ส่ายสายตาหาที่จอดริมทางนั่นแหละครับ ว่างตรงไหน จอดตรงนั้นเลยครับ ตามยถากรรม 
 

 
:42:   ร้านโจ๊กคุณแม่  จะอยู่เลย 7/11 มานิดนึงครับ  มองก็เห็นกันครับ   ชายกางจอดเลยไปหน่อย เดินย้อนมา ก็เห็นร้านโจ๊กแล้วครับ  ขณะที่ไปถึงคือเวลา 06.10 น. ครับ
 

 

 
:42:    เดินไปถึงหน้าร้าน  คุณเจ้าของร้านกำลังง่วนอยู่กับหม้อโจ๊กเดือดปุด ๆ ของเธออยู่ครับ  น่าสนใจมากเลย  เพราะอย่างที่บอกครับ  ไม่เจอโจ๊กที่ทำแบบในสมัยก่อนมานานแล้ว  แต่ร้านโจ๊กคุณแม่  กำลังทำสิ่งนั้นให้ชายกางชมอยู่ตรงหน้าครับ  ชอบมากครับ
 

 
:42:     สมัยก่อน เค้าทำโจ๊กกันอย่างไรหรือ ?   คนรุ่นใหม่อาจมีคำถาม
โจ๊กดี ๆ ในสมัยก่อนนั้น เค้าจะเคี่ยวปลายข้าวหอม หรือข้าวหอมปกติก็ได้  แต่ที่ใช้ปลายข้าวเพราะราคาถูกกว่า  และเป็นข้าวหอมเช่นกัน  และต้องนำมาเคี่ยวจะเละเหมือนกัน จึงไม่จำเป็นที่จะใช้ข้าวหอมมาเคี่ยวโจ๊ก  นอกจากไม่มีปลายข้าวนั่นแล


:42:    เมื่อได้ข้าวโจ๊กที่ข้นได้ที่แล้ว  ก็จะนำมาผสมกับน้ำซุบต้มกระดูกไก่หรือหมู  ตามที่เตรียมไว้  คนให้เข้ากัน  เติมเกลือทะเลป่นนิดนึง  แล้วเคี่ยวให้เดือดปุด ๆ รอไว้
 

 
:42:    หมูสับ  ในสมัยก่อน ไม่มีหมูบดบริการพร้อมแบบสมัยนี้ ก็จะต้องมาสับเองกับเขียงไม้  พอสับไปซักพัก สิ่งแรกที่พ่อครัวแม่ครัวที่ทำเป็น จะพรมน้ำลงไปในเนื้อหมูนั้น  แล้วสับต่อไปเรื่อย ๆ ใช้มีดตลบหมูไปมา แล้วสับไป พรมน้ำไปอย่างนี้ราว 5 – 6 ครั้ง  ก็ปาดมาใส่ลงในกาละมัง ... ยังไม่จบครับ

:42:    เค้าจะนวดหมูต่ออีกพัก แล้วใส่เกลือทะเลป่นนิดนึง ซีอิ้วขาวนิดหน่อย แล้วนวดอีกพัก  เป็นอันใช้ได้  ได้หมูสับบะช่อเรียบร้อย
:42:    ตับหมูก็เช่นกัน  หั่นชิ้นพอคำ  แล้วนำไปขยำน้ำที่ผสมเกลือทะเลป่นนิดหน่อย  บีบน้ำทิ้งไปซักครั้ง ล้างเลือด ล้างคาวออกไป  เตรียมใส่ในหม้อโจ๊กได้เลย  เราก็จะได้หัวใจหลักของโจ๊กกันเรียบร้อย
 

 

 

 

 
:42:    คุณแม่ค้าจะแบ่งหมูในในชามใบน้อย  แล้วค่อย ๆ ปาดหมูบะช่อลงไปในหม้อโจ๊กเดือดปุด ๆ นั้นจนพอ  ใส่ตับหมูสดลงไปในหม้อนี้เลย  ไม่มีการลวกน้ำให้ความอร่อยหายไปก่อนที่จะมาใส่หม้อครับ
 

 

 

 
:42:     คน ๆ ๆ  จนคะเนว่าหมูสับสุก  แน่นอน  หมูสับลงไปก่อน  ต้องสุกก่อนตับหมูแน่ ๆ  เวลามันจะสัมพันธ์กันเองระหว่างหมูสับกับตับหมูครับ
 

 
:42:    เสร็จจากหน้าเตา ชายกางหันมาเหล่ดูอุปกรณ์ประกอบฉากของเค้าบ้าง  ครบครัน ทั้งผักโรย ขิงซอย  ที่คุณแม่ค้าบอกว่า ซอยเองด้วยนะคะ  และอีกอย่างที่ชอบมากคือปาท่องโก๋ตัวเล็กทอดกรอบ ๆ  น่ากินมาก
 

 
:42:    มันน่ากินไม๊ล่ะครับ  โรยโจ๊กใส่โจ๊กน่ะไม่เท่าไหร่นะ  ชายกางอยากจิ้มนมข้นกินอ่ะ  

:42:   กว่าจะเดินเข้าไปในร้านได้  ติดอยู่กับหน้าเตาของชอบซะนาน 
 

 
ด้านในที่ให้บริการ เค้าติดแอร์ด้วยนะครับ กันร้อน  จัดโต๊ะไว้สองฝั่งได้ 4 – 5 ชุดครับ  ไม่อึดอัด
 

 
:42:     เครื่องประทินรส  อันที่โจ๊กพึงมี  
 

 
  
 
:42:     ป้ายรายการโจ๊กแบบต่าง ๆ ที่มีบริการ  ท่านใดจะพลิกแพลงตะแคงกินไปกว่านี้ ปรึกษาได้ครับ   เค้าจัดให้ได้ตามประสงค์ครับ
 

 
:42:     เครื่องดื่มและเครื่องเคียงที่ใครอยากกินอะไรเพิ่ม  ก็ว่ากันไปตามชอบครับ
 

 
:42:     ชายกางขอชาดำเย็นมาแก้กระหายก่อนซักแก้ว  น้ำเปล่ามากินยาอีกแก้วนึง
 

 
:42:     เรามาเริ่มจากชามพื้นฐานกันก่อนเลย  โจ๊กหมู ตับ ไม่ใส่ไข่     35  บาท
 

 
:42:     เนียนนุ่ม ชุ่มกระชับ  เพราะเน้นแม่ค้าไปนิดว่า ขอข้าวน้อย ๆ นะครับ  เดี๋ยวท่านผู้ชมจะตกใจว่าเค้าให้น้อยจัง 
:42:   ชายกางพรมพริกไทยและซีอิ้วขาวลงไปอีกนิด  ก็อร่อยนัว ๆ เชง ๆ แล้วครับ
 

 
:42:   มาถึงตรงนี้  ต้องขอปาท่องโก๋มาถ้วยนึงครับ  10  บาท 
เพิ่มรสชาติในการเคี้ยวโจ๊กได้ชะงัดนักแล  

 

 
:42:    ชามต่อมา ขอแบบเดิม เพิ่มไข่ลวกครับ    40  บาท
 

 
:42:     ขอข้าวน้อย ๆ แบบเดิม ใส่พริกไทย คนเข้ากัน  เนื้อเนียนดีเช่นเดิมครับ
 

 

 
:42:     ใส่ซีอิ้วขาวลงไปเพิ่มรสอีกนิด   เด็ดเลย
 

 
:42:     โจ๊กไข่เค็ม   50  บาท    ชามนี้ขอแบบปกติ  ข้าวเท่าที่เค้าขายปกติ จะได้รู้ปริมาณของเค้าครับ  
 

 
:42:     ตามแบบฉบับเดิม ของชายกาง ที่จะไม่ทำลายรสเดิมของโจ๊กไปนัก  แค่พริกไทย ซีอิ้วขาวครับ  แต่ทั้งนี้ ก็มิได้จำกัดความชอบของแต่ละท่านนะครับ  จะปรุงแซบแบบไหน นั่นคือความสุขในการกินของเราครับ 
 

 

 
:42:    ร้านโจ๊กดี ๆ ตามแบบฉบับฮ่องกง ตามที่เค้าเล่าให้ฟังมา  ต้องกินกับไข่เยี่ยวม้าครับ  มันเข้ากันดีกับเนื้อโจ๊กร้อน ๆ  เพราะฉะนั้น จัดมาหนึ่งชาม   50  บาท
 

 
:42:    ชายกางพรมพริกไทยมากหน่อย  ใส่ซีอิ้วขาวลงไปนิดหน่อย  แถมใจไปไพล่คิดถึงขิงดองขึ้นมาซะงั้น   ก็คงเพราะไข่เยี่ยวม้า เค้าเข้าขากันดีกับขิงดองนี่นะ  
 

 
:42:    อิ่มตื้อ และมีความสุขที่ได้กินโจ๊กแบบที่เสาะหามานานครับ  โจ๊กแบบที่คนสดในหม้อใหญ่ แล้วตักนี่ นับวันจะหายากขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ  คงจะแวะไปหาเค้าอีกเรื่อย ๆ ตามโอกาสครับ
 

 
:42:     ท่านใดที่ชื่นชอบโจ๊ก  และเป็นรุ่น สว. ทั้งหลาย ที่เคยกินโจ๊กแนวนี้มาตั้งแต่รุ่น ๆ  ถ้ากระหวัดคิดถึงโจ๊กแบบสมัยนั้นแล้ว  ลองจดจำโจ๊กคุณแม่ร้านนี้ไว้ครับ  แล้วลองมาชิมดูครับ

:42:     สอบถามเค้าว่า ทำไมถึงตั้งชื่อว่าโจ๊กคุณแม่  ก็ได้คำตอบน่าชื่นใจว่า  นี่คือตำรับของคุณแม่ที่ทำมานาน ตัวแม่ค้าเองก็กินโจ๊กแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ จนมาวันนี้  อยากให้โจ๊กของแม่  ออกแพร่หลายให้คนอื่น ๆ ได้รับความอร่อยแบบดั้งเดิมนี้บ้าง  
:42:    ทุกวันนี้ คุณแม่ยังคอยมาช่วยดูร้านดูลูกค้า  หั่นซอยขิงบ้าง แก้เบื่อแก้เหงาไปได้มากทีเดียว  ดีจังเลยครับ  ท่านใดอยากพาพระในบ้านของท่านมาชิมโจ๊กในยุคของท่านแล้ว  อย่าได้พลาดร้านโจ๊กคุณแม่นี้ไปครับ  หรือท่านเดินทางไม่ไหว  ก็มานำไปให้ท่านได้ชิมที่บ้านครับ  เพราะโจ๊ก อุ่นร้อน ก็ยังอร่อยอยู่ ไม่เปลี่ยนไปนัก
 

 
:42:    ย่านนี้  เป็นย่านที่มีโรงแรมที่พักระดับกลาง ๆ เยอะมาก ลูกค้ามากมายที่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ มาผูกขาดฝากท้องมื้อเช้าไว้ที่ร้านนี้เยอะมากครับ  ชายกางไปกินวันนั้น กลายเป็นคนไทยโต๊ะเดียวเลย  นอกนั้น จีนฮ่องกง จีนมาเลเซีย มากินกันสบาย ๆ ไร้เสียงโหวกเหวกให้รำคาญครับ      สวัสดีครับ
ติดตามกันต่อได้ที่ Facebook : ชายกาง ตระเวนกิน ทั่วถิ่นไทย
Post by : OverEat

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles