[Mother and Baby ]  [article] การใช้ชีวิตในสังคมของลูก เมื่อโตขึ้น แม่อย่างเราจะมีวิธีรับมืออย่างไร

 
 
 
     สวัสดีค่ะ หลา นะคะ เป็นคุณแม่ของเด็กชาย วัย 3 ขวบ  น้องวิน หลาเป็นแมม่ Full Time ค่ะ ตัวติดกับลูกตลอดเวลา แทบจะ24 ชั่วโมงเลยทีเดียว...อิอิ วันนี้มีโอกาสอยากมาแบ่งปันเรื่องราวของลูกเผื่อเป็นแนวทางนำไปปรับใช้กับลูกๆกันนะคะ 
 
เมื่อลอ.ลูกแกล้งเพื่อน
 
     พอถึงวัยที่ลอลูกต้องเข้าโรงเรียน บ้านไหนเจอปัญหา ลูกไปแกล้งเพื่อน บ้างคะ จะบอกว่าบ้านนี้โดนเต็มๆเลย คือจริงๆแล้วก็เป็นเรื่องปกติของเด็กนะคะ ที่จะมีการ ตี ผลัก กัด เพื่อนบ้าง เวลาที่แย่งของเล่นกัน หรือทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ

     แต่แม่อย่างเราก็อดกังวลใจกับพฤติกรรมของลูกไม่ได้ วันนี้จึงถือโอกาสมาแบ่งปัน วิธีช่วยละลายพฤติกรรมการการแกล้งหรือทำให้เพื่อนเจ็บ ให้แม่ๆฟังเผื่อเป็นทางเลือกนำไปปรับใช้ได้นะคะ

 
     สำหรับหลา เมื่อวินเข้าโรงเรียนนอกจากปัญหาการร้องไห้เมื่อต้องแยกจากแม่แล้ว อีกหนึ่งปัญหาคือ การตี ผลัก หยิก กัดเพื่อน ทุกวันเวลาที่หม่าม๊าไปรับวินตอนเลิกเรียน คุณครูจะรายงานพฤติกรรมของลูกให้ผู้ปกครองทราบ ว่าลูกเราเป็นยังไงบ้างในวันนี้ และแทบทุกวันคุณครูจะแจ้งว่าวันนี้ วินกัดเพื่อน วินผลักเพื่อน วินหยิกเพื่อน วินตีเพื่อน‬

     ซึ่งคุณครูก็บอกว่าได้เตือนวินและอธิบายให้ฟังแล้วว่าไม่ทำเพื่อนนะ ซึ่งวินก็ฟังบ้าง ไม่ฟังบ้าง  ในบางครั้งที่คุณครูพูดแล้ววินไม่ฟังและยังคงแกล้งเพื่อนอยู่ คุณครูก็จะใช้วิธี"Time Out" ให้วินแยกไปยืนอยู่คนเดียว หันหน้าเข้ากำแพง ไม่ให้มาเล่นกับเพื่อน อยากจะบอกว่า วิธีนี้ไม่สามารถใช้กับเด็กได้ทุกคนนะคะ และวินก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่"Time Out"ไม่สามารถทำอะไรวินได้. 

 
  sad แล้วเราต้องทำยังไงหละทีนี้ เครียดเลย‬sad

     ตายแระลูกชั้นทำไมเป็นแบบนี้ :46: เพราะฟังจากที่ครูรายงานมานี้คือแทบทุกวัน กัดเพื่อนจนถลอก เลือดซิบ หยิกเพื่อนจนเขียวช้ำ  โอย!!! หม่าม๊าต้องรีบไลน์ไปขอโทษคุณแม่ของน้องที่โดนวินแกล้ง โชคดีที่คุณแม่ของเพื่อนวินเข้าใจและมองว่าเป็นเรื่องปกติของเด็ก ขอบคุณมากๆเลยค่ะ

"ไม่เป็นไรค่ะคุณแม่ ไม่ต้องกังวลนะคะ เป็นเรื่องปกติของเด็กค่ะ"

     แต่..เราก็รู้สึกแย่นะ ถึงเค้าจะบอกว่าไม่เป็นไร ลองมองย้อนกลับ ถ้าลูกเราเป็นฝ่ายโดนบ้างหละ ลึกๆเราก็ต้องไม่พอใจและแอบคิดว่าเลี้ยงลูกยังไง ทำไมเป็นแบบนี้


     ‪ไม่ได้ๆ‬ ต้องรีบหาทางแก้ไขแล้วแหละ ป๊ากับม๊าเลยตัดสินใจไปปรึกษาคุณหมอเสาวภา‬ ซึ่งเป็นคุณหมอที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องเด็ก และป้าหมอก็ได้แนะนำให้ลองใช้ "Sticker Charts" แม่ๆทุกคนคงรู้จัก "Sticker Charts" กันดีอยู่แล้วนะคะว่าคืออะไร จะบอกว่ามีเยอะแยะมากมายหลายแบบเลย แต่สำหรับเรา เราทำเองค่ะทำแบบง่ายๆเลย แบบนี้ๆตามรูปเลยค่ะ ซึ่งสำหรับเด็กเล็กในวัย2-3ขวบนี้ ยังไม่ต้องถึงขั้นมีให้รางวัลเมื่อเค้าทำดีหรือทำตามข้อตกลงนะคะ เพราะเค้ายังเล็กอยู่ ยังไม่จำเป็นค่ะ และเพื่อเป็นการไม่ปลูกฝังให้ทำเพื่อหวังรางวัลค่ะ

เย้ๆๆๆ‬ ดีใจๆมากที่หาทางออกได้ ว่าแล้วก็เริ่มเลยค่ะ "Sticker Charts". ได้รับการสนับสนุนจากป่าป๊าค่ะ ป่าป๊าจัดให้‬ เริ่มจากเลือกตัวการ์ตูนที่ลูกชอบ และหาซื้อสติ้กเกอร์

   
     วันจันทร์ปุ๊ป ‎เริ่มเลย‬ หม่าม๊านำ "Sticker Chart" พร้อมจดหมายที่ป้าหมอเสาวภาช่วยเขียนชี้แจงเกี่ยวกับการทำ"Sticker Chart"นี้ ไปโรงเรียน
ต้องขอบคุณป้าหมอมากๆค่ะ ที่ช่วยเขียนจดหมายเป็นภาษาอังกฤษให้ ไม่งั้นหม่าม๊าต้องแย่แน่ๆเพราะคงอธิบายให้คุณครูเข้าใจยากกว่าจะรู้เรื่อง
     หลังจากคุณครูอ่านจดหมายรู้เรื่องเข้าใจ เกี่ยวกับวิธีที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของวินไม่ให้แกล้งเพื่อน คุณครูก็โอเค ยินดีและให้ความร่วมมืออย่างดี

     บ่าย2ครึ่งปุ๊ป หม่าม๊าไปรับวินตามปกติ วินเดินออกมาพร้อมคุณครู และในมือก็ถือ "Sticker Chart". มาพร้อมโชว์ให้หม่าม๊าดู

     วิน : หม่าม๊าน้องวินได้สติ้กเกอร์ด้วย พร้อมกับยิ้มกว้างแบบดีใจมากก

     หม่าม๊า : โอ้โห เก่งมากเลยครับลูก แล้วทำไมลูกถึงได้สติ้กเกอร์หละครับ

     วิน:คุณครูให้มา เพราะวันนี้น้องวินไม่ตีเพื่อน

     หม่าม๊า : เยี่ยมเลยครับลูก เก่งสุดๆเลย พร้อมกับกอดลูก

     ‎สัญญาณที่ดีเริ่มแล้ว

     หลังจากใช้"Sticker Chart"ได้ประมาน1สัปดาห์ วินดีขึ้นมากค่ะ ไม่มีแกล้งเพื่อนอีกเลย เย๊ๆๆๆ สำเร็จแล้ว เราสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมลูกได้แล้ว

     เมื่อวินไม่แกล้งเพื่อนแล้วแต่หม่าม๊าก็ยังคงให้ "Sticker Chart"ไปโรงเรียนทุกวัน คุณครูก็จะช่วยดูว่าพฤติกรรมไหนของวินที่ต้องปรับเปลี่ยน ซึ่งดีมากๆเลยค่ะ ขอบคุณTeeacher Jane. มากๆนะคะ 
  
    Sticker Chart แนะนำว่าไม่ควรใช้ต่อเนื่องนานเกินไปนะคะ เพราะอาจส่งผลให้ลูกติดกับการทำอะไรแล้วต้องได้สิ่งตอบแทนค่ะ เพราะฉะนั้นให้คุณแม่วิเคราะห์ และปรับใช้เท่าที่เห็นว่าสมควรนะคะ

     อ้อ!!!สิ่งสำคัญอีกอย่างที่คุณแม่ห้ามลืมนะคะจะต้องทำทุกครั้งคือ ต้องชื่นชมลูกเมื่อเค้าทำดี เค้าจะภูมิใจกับสิ่งที่ทำ และเต็มใจที่จะทำในสิ่งที่เราอยากให้ทำค่ะ

     และนี่คือเรื่องราวที่อยากแบ่งปันให้มอแม่ทุกคนนะคะ หวังว่าคงเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ ขอบคุณมากๆค่า ว่างๆแวะไปแลกเปลี่ยน พูดคุย ประสบการณ์ในการเลี้ยงลูกกันได้นะคะ ที่ เพจ มอแม่กะลอลูก
 

‎ImWin‬ มอแม่กะลอลูก

Created date : 20-07-2016
Updated date : 20-07-2016
Post by : LittleAngleWorld

 สวัสดีค่ะ หลา ฤดีวรรรณ  คุโณปกรณ์  ค่ะ  จบการศึกษา ปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ อาชีพ: ธุรกิจส่วนตัว หน้าที่หลักคือเป็น "มนุษย์แม่" เพจ มอแม่กะลอลูก


- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles