[คนทำหนัง ]  [article] 6 แนวทางทำหนังของคน(อยาก)ทำหนัง

 
 
 
เชื่อว่า...คน(อยาก)ทำหนังหน้าใหม่ ต่างก็มีความฝันที่จะสร้างหนังขึ้นมาสักเรื่อง แต่ก็เป็นความฝันเพราะยังขาดเงินทุนที่จะนำมาสรรค์สร้างผลงาน หลายๆคนอาจจะท้อแท้ หมดหวังกันไป แต่หลายๆคนก็สู้ต่อ พยายามหาวิธีเพื่อที่จะได้ทุนมาทำหนัง

การหาวิธีที่จะทำตามฝันก็มีหลากหลายวิธีเพื่อที่จะได้ทุนมาผลิตหนัง หรือถ้าหาไม่ได้ ก็ขอเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหนังเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็ยังดี อาจจะขายบทหรือพล๊อตไป แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะมีคนให้เงินสนับสนุนไปทำหนังหรือซื้อขายบท ถ้าหนังเรื่องนั้นไม่โดนพอ เส้นทางนี้เดินยากลำบากนัก หลายๆคนถอดใจ้ล้มเลิกไป หลายๆคนยังสู้ต่อ หาวิธีการเพื่อที่จะได้ทำหนังตามที่ใจต้องการ อาจจะหาทุนทำเอง หรือได้เงินทุนสนับสนุนจากแหล่งอื่นๆ

คน(อยาก)ทำหนัง ล้วนมีพลัง มีแรงบันดาลใจพลักดันความคิด เพื่อทำให้เกิดหนังออกมาให้ได้ ซึ่งแนวทางการทำหนังในยุคปัจจุบันพอสรุปได้ดังนี้

1. เสนอบทภาพยนตร์ การเสนอพล๊อต ทรีทเมนท์ หรือบทภาพยนตร์หนังเพื่อขอทุนทำหนังกับนายทุน เป็นวิธีแรกๆเลยสำหรับยุคก่อนหน้านี้ เป็นสมัยที่หนังไทยยังเฟื่องฟูและมีหนังออกฉายไม่มากนัก ซึ่งวิธีนี้คือการเอาพล๊อต ทรีทเมนท์หรือบทภาพยนตร์ (บางทีเสนอแค่ทรีทเมนท์) ไปยื่นเสนอต่อนายทุน และรอนายทุน (อาจจะเป็นทีมงาน) อ่านและเรียกเข้ามาพูดคุยกันถ้าเขาสนใจหนังเรื่องนี้ แต่นำวิธีนี้มาใช้ในยุคปัจจุบันค่อนข้างยาก เพราะในปัจจุบันตลาดหนังไทยยังไม่ดีเท่าที่ควรและหนังก็ผลิตออกมามาก มีทั้งได้กำไรและขาดทุน (ส่วนใหญ่จะขาดทุน) และมีคนส่งเข้าไปเยอะ ก็ต้องรอกันนาน การใช้แนวทางนี้ ดูเหมือนโอกาสจะหริบหรี่ อีกทั้งถ้าเป็นคนทำหนังหน้าใหม่ก็ยังขาดความน่าเชื่อถืออยู่เพราะไม่เคยมีผลงานหนังใหญ่มาก่อน นายทุนก็ไม่กล้าออกทุนให้ แต่ก็ยังมีบางบริษัทที่ให้โอกาสและดูบทภาพยนตร์ที่เสนอเข้ามา แต่อาจจะนานหน่อยหรือนานมาก เพราะต้องพิจารณาให้ถ้วนถี่ หรือบางครั้งเขาก็อาจจะซื้อแค่พล๊อตจากทรีทเมนต์ที่เสนอไป หรือซื้อขาดบทภาพยนตร์หนังไปเลยแล้วไปปรับปรุงใหม่ แนวทางนี้หลายๆคนยังมีหวัง แต่อาจจะต้องอดใจรอหน่อย นอกจากหนังมันน่าทำจริงๆ อาจจะถูกลัดคิวเพื่อพิจารณา 

2. ทำเดโมภาพยนตร์ อันนี้เพิ่มเติมจากข้อแรก นอกจากทรีทเมนท์ และบทภาพยนตร์แล้ว ยังมีตัวอย่างบางส่วน(เดโม)ของหนัง เพื่อนำเสนอกับนายทุน เป็นสิ่งที่น่าสนใจกว่าข้อแรก นายทุนได้เห็นตัวอย่างของหนังที่จะเกิดขึ้น ได้เห็นธีมของหนัง และได้เห็นถึงความสามารถของคนทำหนัง ซึ่งจะส่งผลต่อการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เป็นวิธีที่ดีกว่าข้อแรกและได้ผลมากกว่า ซึ่งแนวทางนี้คือ จะต้องทำเดโมหนัง ถ้ามีโปสเตอร์หนังด้วยยิ่งดี แต่คนทำหนังต้องหาเงินมาทำเดโม อาจจะต้องยืมญาติพี่น้องเพื่อนฝูงหรือเงินเก็บส่วนตัวถ้ายังมีอยู่ ถ้าไม่มีเงินทำเดโมจริงๆ ก็อาจจะใช้วิธีใช้คลิปหนังอื่นๆมาตัดต่อให้ดูคล้ายกับหนังที่จะทำ แต่วิธีนี้ไม่แนะนำ อาจจะถูกมองด้านลบในแง่ความคิดสร้างสรรค์ได้

3. ทำภาพยนตร์อินดี้ขาย บางคนกัดฟันควักเงินตัวเองมาทำหนัง โดยไม่ขอทุนจากนายทุน จนหนังเสร็จเป็นตัวหนังสมบูรณ์ แล้วค่อยนำไปเสนอขายนายทุน อาจจะขอทุนฉาย หรือไม่ก็ขายให้นายทุนไปจัดจำหน่าย จะขายขาดหรือจะแบ่งเปอร์เซนต์จากยอดขายก็ตามแต่จะตกลงกัน วิธีนี้เป็นวิธีที่สร้างฝันเกือบสมบูรณ์ ใกล้ฝั่งฝัน เพราะได้ทำหนังสำเร็จแล้ว เหลือเพียงแต่ฉายสู่สายตาคนดู จึงต้องมีนายทุนเพื่อจัดจำหน่ายหรือทุนสำหรับฉายหนังของตนเอง ถ้าขายหนังได้สำเร็จก็ถือว่าถึงฝั่งฝัน แต่ถ้านายทุนไม่ซื้อ ไม่มีใครซื้อเลย อย่าเพิ่งท้อ ก็ต้องหาทุนอีกก้อนหนึ่ง เพื่อฉายโรงเล็กๆ เช่น Lido , House Rama RCA หรือโรงหนังเล็กๆ ถ้าทุนฉายเยอะหน่อย ก็ไปฉายที่เมเจอร์ซีเนม่า ต้องไปติตต่อดูว่า หลักเกณฑ์เป็นอย่างไร ทุกอย่างมีทางออก ขอเพียงทำหนังออกมาได้สำเร็จ

4. ทำภาพยนตร์อินดี้ฉายเอง บางคนเลือกที่จะทำแบบนี้ ไม่ต้องง้อนายทุนเลยสักบาท หาทุนเองเล็กๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการทำจนเข้าโรงฉายด้วยเม็ดเงินของตัวเอง แต่แนวทางนี้ก็ถือว่าได้ผลงานที่ฝันไว้ (ถ้าทำได้ตรงตามต้องการนะ) จริงๆ แนวทางนี้ ยังมีโรงหนังรองรับอยู่ เช่นเมเจอซีเนม่า แต่หนังต้องมีคุณภาพต้องดีพอที่จะฉายโรงได้และถูกต้องตามกฏเกณฑ์ ถ้าคุณภาพไม่ถึงก็อาจจะฉายไม่ได้ ต้องศึกษาคุณภาพของหนังที่ฉายโรง ถ้าคุณภาพไม่ผ่านฉายโรงใหญ่เช่น เมเจอร์ซีเนม่า ก็อาจจะไปฉายที่ Lido, House Rama RCA แทน ซึ่งแนวทางนี้เป็นทางเลือกที่ใช้กันอยู่หลายๆคน และประสบความสำเร็จได้ ถือเป็นก้าวแรกของการทำหนังฉายโรงจริงๆ

5. ทำภาพยนตร์อินดี้สายประกวด เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถทำได้ สร้างฝันในระยะยาว แต่มันต้องลงทุนเองเหมือนกัน และต้องเป็นหนังเฉพาะกลุ่ม เป็นหนังที่ออกแนวประกวดตามเทศกาลหนังนานาชาติ ไม่เหมือนหนังตลาดทั่วไป (หนังตลาดก็ส่งประกวดได้) แต่ถ้าทำหนังแนวนี้แล้วได้รางวัลถือว่าประสบผลสำเร็จ ก็จะมีชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือ แล้วจะมีผู้สนับสนุนเข้ามาเสนอทุนให้เอง มีทั้งในประเทศและต่างชาติ แต่แนวทางนี้ต้องเก่งจริงๆ เข้าใจแนวหนังประกวดมากๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำหนังแล้วประสบผลสำเร็จ บางทีมันก็ต้องใช้ประสบการณ์เยอะพอสมควร และบางครั้งก็ต้องดูว่าหนังแนวนี้เหมาะกับเราหรือเปล่า เข้าใจหนังแนวนี้จริงไหม ต้องลองทำดู

6. ทำภาพยนตร์อินดี้ฉายออนไลน์ เป็นแนวทางที่ตรงตามยุคสมัย ไม่ต้องหาโรงฉาย ทำหนังเสร็จก็อัพขึ้นยูทูป (Youtube) หรือเว็บไซต์ เผยแพร่ผลงานได้เลย แต่การทำหนังก็ต้องใช้เงินอยู่ดี แต่แนวทางนี้ อาจจะไม่ต้องเน้นคุณภาพมาก เพียงแค่ทำหนังให้เสร็จ (ถ้าหนังน่าสนใจก็ยิ่งดี) ตามต้องการ ก็เผยแพร่ได้เลย อาจจะใช้ทุนผลิตไม่มาก แต่ก็ถือว่าได้ผลงานและทำตามฝันได้ในระดับหนึ่ง บางครั้งการทำหนังฉายยูทูปก็ประสบผลสำเร็จได้ โอกาสบนโลกโซเชียลมีเดีย มีอยู่ตลอดเวลา อาจจะมีนายทุนสนใจเข้ามาร่วมงานก็ได้


แนวทางที่จะสร้างฝัน ทำหนังของคน(อยาก)ทำหนัง มีหลายรูปแบบเลือกตามที่ตนเองถนัด บางครั้งก็ทำหลายแนวทางพร้อมๆกัน เพื่อสร้างโอกาสให้กับตัวเอง แต่ดูเหมือนว่า การที่จะหาทุนทำหนังบางทีมันก็ต้องลงทุนกันบ้าง อาจจะมากหรือน้อยก็แล้วแต่หนังที่จะทำ ถ้าทำหนังแล้วยังไม่ประสบความสำเร็จ หาทุนไม่ได้ ไม่ได้ฉายโรง ก็เอาฉายออนไลน์ซะเลย ไม่มีอะไรจะเสีย แถมยังได้ประสบการณ์การทำหนังอีกด้วย

คนอยากทำหนังจริงๆ แนะนำว่าลองทำหนังสั้นดูก่อน ถ้ามีประสบการณ์การทำหนังสั้น หรือประสบความสำเร็จจากการทำหนังสั้น ได้รางวัล ได้ทุนก็เป็นการดี ถือว่าสะสมทุนและประสบการณ์เพื่อทำหนังใหญ่ตามที่ใจต้องการ หรือบางคนใจร้อน มีทุนเยอะ ก็ลองทำหนังฉายเองก่อนก็ได้

"โอกาสสร้างได้ด้วยตัวเราเอง"
Post by : directorpan
รักในสิ่งที่ทำ ทำในสิ่งที่รัก ชีวิตมีเพียงชีวิตเดียว เต็มที่กับมันและทำมันให้ดีที่สุด ... ผู้กำกับภาพยนตร์

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles