[Inspiration ]  [article] กรณีพ่อแม่หย่ากันแต่เราเป็นลูกจะทำอย่างไรดี?

 
 
 
     พ่อแม่หย่ากันเป็นเรื่องของพ่อแม่ แต่ในเรื่องของอารมณ์เราต้องยอมรับก่อนว่าเราเสียใจอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องปกติ ปกติมากที่พ่อแม่หย่ากันแล้วเราจะมีเรื่องของอารมณ์ ความรู้สึกสูญเสีย แล้วก็ปกติที่ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือโตแล้ว ที่เห็นพ่อแม่ทะเลาะกัน ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นหย่ากัน เราก็รู้สึกไม่มั่นคง เจ็บปวด เพราะเด็กก็รู้สึกว่ามันเป็นความผิดของเราหรือเปล่า เป็นเพราะเราหรือเปล่าเด็กชอบโทษตัวเองกับการสูญเสียเป็นเรื่องปกติ เพราะฉะนั้นให้เด็กทุกคนยอมรับก่อนว่า เรามีความเจ็บปวด ยอมรับอารมณ์ของเรา ที่ตัวเรา คือดึงพลังกลับมาที่ตัวเรา จริงๆพูดอย่างงั้นเด็กก็จะไม่เข้าใจ แต่จริงๆแล้วถ้าเราไปบอกเขาว่า เสียใจไหมไม่เป็นไรนะ เสียใจได้ เนี่ยเด็ก 3 ขวบ ก็เข้าใจ ให้เด็กร้องไห้ให้เต็มที่ ไม่ใช่พูดว่า 'ไม่เป็นไรนะ แค่พ่อแม่เขาหย่ากัน  เข้มแข็งนะ' ไม่ใช่ธรรมชาติ อย่างนี้เจ็บก็คือเจ็บ แล้วมันได้ปลดปล่อย ขั้นตอนก็คือ
 
1.คือให้ยอมรับอารมณ์ ความรู้สึกก่อนว่าอะไรมันเกิดขึ้น
2. ปลดปล่อยอารมณ์มันไป

 
----------
จริงๆแล้วถ้าเราไปบอกเขาว่า เสียใจไหมไม่เป็นไรนะ เสียใจได้ ให้เด็กร้องไห้ให้เต็มที่เด็กก็เข้าใจ ไม่ใช่พูดว่า 'ไม่เป็นไรนะแค่พ่อแม่เขาหย่ากัน  เข้มแข็งนะ' ไม่ใช่ ธรรมชาติ อย่างนี้เจ็บก็คือเจ็บ
----------


คำถามคือพ่อแม่หย่ากันให้ทำยังไงใช่ไหม?
 
     พอเขาได้ปลดปล่อยอารมณ์ ความรู้สึกของเขาในจุดหนึ่งแล้ว ให้รู้ว่า มันอาจจะเห็นตามความจริงว่า มันอาจจะรู้สึกดีและไม่ดีอีก ดีและไม่ดีอีก ให้เขาเห็นเหตุการณ์ ความจริงในความจริงที่ชัดเจนว่าเหตุการณ์นี้ตอนนี้ทำใจได้นะ เดี๋ยวบางทีไปเจอพ่อแม่ คนอื่นเขาที่โรงเรียน เขากอดกันเป็นคู่ๆ มันสะท้อนใจอีก มันจะเป็นอย่างงี้นะลูกนะ เป็นเรื่องธรรมชาติที่เราเห็น เพราะเรา set เหตุการณ์ให้เขาเห็น ถ้ายิ่งเขาเป็นเด็กๆ เราก็ต้องไปเป็นขั้นตอน
 
     ขั้นตอนต่อไป ก็คือในระดับของการอธิบายด้วยเหตุผล อธิบายด้วยเหตุผลก่อนว่า ทางเลือกของพ่อแม่ ไม่ได้เกี่ยวกับความรักที่มีต่อลูก ต่อให้มันเป็นความสูญเสียแต่สิ่งนี้คือทางเลือกของพ่อแม่ เหมือนกับหนูทะเลาะกับเพื่อนหนูเป็นทางเลือกที่หนูจะทะเลาะ แต่ไม่เกี่ยวว่าเมื่อหนูทะเลาะกับเพื่อนหนู หนูต้องเกลียดครู เกลียดโรงเรียนนี้ ให้เขาเห็นว่าทางเลือกของพ่อแม่ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหนูจริงๆ  เห็นก่อนแค่เหตุผลเพราะยังไปไม่ถึงระดับอารมณ์ เข้าใจคำนี้นะคะ อารมณ์มันต้องไปต่ออีก แต่ในเหตุผลต้องบอกเขาก่อนว่า ต่อให้พ่อแม่หย่ากัน ต่อให้เราไม่ได้เจอพ่อแม่อีก แต่ให้รับรู้ไว้เลยว่า มันไม่ได้ เกี่ยวกับความรักของพ่อแม่ที่มีต่อหนู มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ 2 คน ที่เขาทะเลาะกัน เหมือนหนูทะเลาะกับเพื่อน แต่หนูก็ยังรักโรงเรียนนี้อยู่ อยากเรียนวิชานี้อยู่ ยังรักครูคนนี้อยู่
 

----------

ทางเลือกของพ่อแม่ ไม่ได้เกี่ยวกับความรักที่มีต่อลูก ให้เขาเห็นว่าทางเลือกของพ่อแม่ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหนูจริงๆ
----------



     มาตรงนี้เสร็จ แล้วก็ต้องบอกเขาว่า หน้าที่หนู ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่อะไร ไปโรงเรียน มันอาจจะมีอารมณ์กระทบ มันอาจจะมีความรู้สึก ไม่อยากมา เสียใจหรืออะไรก็ตาม แต่หน้าที่หนู หนูก็ทำหน้าที่ของหนู เหมือนพ่อแม่ที่ทำหน้าที่ในการเป็นพ่อเป็นแม่ อยู่ด้วยกัน ไม่อยู่ด้วยกัน เป็นสิ่งที่เขาเลือกบทบาทของเขาหน้าที่ของเขา ดังนั้นหน้าที่หนูมีอะไร หน้าที่หนูคือตื่นเช้าไปโรงเรียน ทำให้ดีที่สุด ไม่สบายใจคุยกับครู คือให้เขาทำตามหน้าที่ของเขา
 
    และอันสุดท้าย ที่อยากให้ทำที่สุดแล้ว เมื่อมีบางสิ่งบางอย่างออกมา ให้รู้ว่าหนูไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว หนูยังมีพ่อมีแม่เสมอ ต่อให้เขาไม่ได้อยู่ด้วยกันให้โทรหาเขา โทรแยกกันก็ได้ ให้เดินไปหาครูบาอาจารย์ ให้คุยกับครูบาอาจารย์ คุยกับคนที่หนูรู้สึกว่าหนูอยากคุย เช่น น้องของแม่น้องของพ่อ ใครก็ได้คนอื่นๆให้เขาเห็น ว่าเขามีผู้อื่นอยู่เสมอรอบวงชีวิตของเขา เขาไม่ได้ขาดแค่ตรงนี้ แล้วขาดไปเลย
 
     ชี้ให้เขาเห็น ว่ายังไม่มีตรงนี้ก็ยังอยู่ตรงนั้น อย่าให้เขารู้สึกว่าเขาโดดเดี่ยว อันนี้เป็นตรรกะที่สุดแล้ว เพราะคุณคุยในระดับเด็กๆลึกกว่านี้มันไปไม่ไหวแล้ว อันนี้คือของเด็กก็ให้เขาเข้าใจแค่นี้พอ
 

----------
ให้รู้ว่าหนูไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว หนูยังมีพ่อมีแม่เสมอ มีผู้อื่นอยู่เสมอรอบวงชีวิตของเขา เขาไม่ได้ขาดแค่ตรงนี้ แล้วขาดไปเลยอย่าให้เขารู้สึกว่าเขาโดดเดี่ยว 
----------

 

      แต่ถ้าโตแล้ว อายุ 20,40,60 แล้ว อันนี้ต้องเข้าไปในระดับของความรู้สึก จิตใต้สำนึก ให้เกิดการสั่นสะเทือนและการยอมรับ ยอมรับใจเรื่องของอารมณ์ลงไปเลย สะท้อนอารมณ์ตัวเองออกมาว่าเกิดอะไรขึ้น'ตามความเป็นจริง' บ้าง

 

ถาม ในระดับของคนที่รู้ความเยอะแล้ว อายุ 20 ขึ้นไป พ่อแม่หย่ากัน มันจะมองยังไงให้ชีวิตมหัศจรรย์?

ตอบ มหัศจรรย์มาก มันไม่จำเป็นต้องให้พ่อแม่อย่ากันหรอก พ่อแม่ทิ้งตั้งแต่เกิดเหมือนสตีฟ จ็อบส์ทำไมเขาสร้างไอโฟนได้ล่ะ มันมหัศจรรย์ไหมเนี่ย ถ้าพ่อแม่สตีฟ จ็อบส์ไม่ทิ้งไป เขาอาจจะ ไม่มีแรงผลักขนาดนี้ ในการที่จะเป็นใครบางคน Somebody เข้าใจคำนี้นะ สตีฟ จ็อบส์ได้แรงผลักดัน จากการที่พ่อแม่แท้ๆของเขาไม่ยอมรับเขานะคะ เพราะฉะนั้น สตีฟ จ็อบส์ จะไม่ทำอะไรเลยที่ห่วยๆ ไม่เป๊ะ นี่ไม่ใช่แค่พ่อแม่หย่านะคะ พ่อแม่ไม่เอาเขาเลย
 
        ทุกมุมมีข้อที่ทำให้เราได้ประโยชน์ทั้งหมด ดังนั้นการที่พ่อแม่หย่า อาจจะทำให้เด็กคนนั้น ถีบตัวขึ้นมาทำบางสิ่งหรือถ้าเขาไม่ถีบตัวขึ้นมาทำบ้างสิ่ง สังคม อาจจะได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง จากเด็กคนนั้น เช่น เด็กบางคนถึงขนาด ติดยาฆ่าตัวตายออกมาตามสื่อสังคมและคนหลายคนก็ได้เรียนรู้ และคิดได้ว่าจะทำสิ่งไหนกับลูกตัวเองเช่น พ่อแม่บางคู่ที่แยกกันหย่ากันไปแล้ว หันกลับมาเห็นลูกบางคนเจ็บปวดมาก พ่อแม่สะท้อนทันทีเลย รีบวิ่งไปหาลูกเลยพูดว่า ลูกจ๋า แม่รักลูกนะ เพราะไปเห็นเคสของคนอื่น
 
----------

ทุกมุมมีข้อที่ทำให้เราได้ประโยชน์ทั้งหมด สตีฟ จ็อบส์ได้แรงผลักดัน จากการที่พ่อแม่แท้ๆของเขาไม่ยอมรับเขานะคะ เพราะฉะนั้น สตีฟ จ็อบส์ จะไม่ทำอะไรเลยที่ห่วยๆ ไม่เป๊ะ พ่อแม่บางคู่ที่แยกกันหย่ากันไปแล้ว หันกลับมาเห็นลูกบางคนเจ็บปวดมาก พ่อแม่สะท้อนทันทีเลย รีบวิ่งไปหาลูกเลยพูดว่า ลูกจ๋า แม่รักลูกนะ 
----------




ถาม ถ้าเป็นเคสของตัวเองเราจะขอบคุณกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ไหมคะ

ตอบ ได้ พี่ถึงบอกว่า มันเป็นเรื่องเดียวกับการคิดให้เที่ยง แต่ประเด็นคือเราเปิดใจรับรู้ว่าเราจะทำมันหรือเปล่า ความจริงมันเรียบง่ายพอๆกับ ถ้าโดนหินปาหัวมันก็ต้องเจ็บ เป็นเรื่องเดียวกันเลย พ่อแม่หย่ากันเพื่อให้จิตวิญญาณของเรา ชีวิตเราได้เรียนรู้ พอพี่พูดอย่างนี้มันก็เกิดอาการขึ้นมาอีกว่า สมองไม่เชื่อ กับ ความรู้สึกไม่เชื่อ
 
      ไม่เป็นไร แต่ประเด็นคือ มันไม่เชื่อแล้วมันยังปิดอีก มันก็ต้องไปโดนปาหัวก่อน เห็นภาพไหมคะ  เราถึงไปเห็นเด็กที่ทำไม่ดีมาสารพัด ทำมาตั้งก่อน 20 ปีแล้วค่อยมาอ๋อ มนุษย์มันเป็นอย่างนี้ไง บางจังหวะมันก็เปิดประตูให้ตัวเองเจ็บปวด บางทีมันปิดประตู ปิดทุกประตูเพื่อให้ทำให้ตัวเองไม่รับรู้

 
      ในบริบทนี้ ถ้าโตเป็นผู้ใหญ่พ่อแม่หย่ากันแล้วเราก็เรียนรู้ที่จะยอมรับ ความเป็นชีวิตมหัศจรรย์มันไม่จำเป็นจะต้องตื่นเต้นตลอดเวลานะคะ แต่บางครั้งมันก็เป็นเรื่องของการยอมรับ แล้วก็อยู่กันได้ ไปต่อได้ คนรุ่นเก่าๆที่เขาอยู่ด้วยกัน หลายคู่ก็เบื่อกัน บ่นด่ากันแต่ว่ากันแบบยอมรับ เขารักกันแบบยอมรับ “accept” ในตัวตนของกันและกัน มันก็เลยอยู่กันได้ นี่ก็เป็นตัวอย่างของการยอมรับและชีวิตมหัศจรรย์
 
-------------------------------------
ติดตามเรื่องราวดีๆกับพี่หนึ่งได้ที่

https://www.facebook.com/warunyarshouse


- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles