[Love Learning ]  [article] เทคโนโลยี วิศวกรรมซอฟต์แวร์กับความเป็นไปได้ในโลกอนาคต

 
 
 

    ในสมัยที่โลกเราเปลี่ยนแปลงไปด้วยความรวดเร็ว ความรู้ความสามารถบางอย่าง หรือสินค้าและบริการบางอย่างอาจจะลดหรือหายไปจากตลาด เช่น คนขับรถแท๊กซี่ พนักงานบัญชี ฯลฯ แต่ความรู้ความสามารถบางอย่างก็จะเป็นที่ต้องการมากขึ้นโดยเฉพาะความรู้ด้านเทคโนโลยี วิศวกรรมซอฟต์แวร์อยู่ในชีวิตประจำวันของเราจนกลายเป็นส่วนหนึ่งความเคยชินไปแล้ว และมีแนวโน้มว่าจะมีมากขึ้นในอนาคตอีกด้วย เทรนด์ดังต่อไปนี้ซักวันหนึ่งก็อาจจะกลายเป็นความเคยชินของเราในอนาคตก็ได้

 

Smart Home

ในตลาดตอนนี้เราจะเป็นบ้านฉลาด หรือ Smart Home หลายรูปแบบตั้งแต่คิดได้ว่าเราใช้ปริมาณไฟฟ้าเป็นเท่าไหร่ ปรับอุณภูมิแอร์ได้ ใช้คำสั่งจากภายนอกเข้ามาควบคุมในทั้งระบบบันเทิง ความปลอดภัยจากภายนอกได้ นอกจากจะให้ความสะดวกสบายแล้วก็ยังทำให้เราได้ใช้ไฟฟ้าอย่างคุ้มค่าอีกด้วย แม้ว่าจะดูไม่สำคัญแต่การประหยัดไฟเพียงแค่เล็กน้อย แต่ทำกันหลายๆครัวเรือนก็จะส่งผลใหญ่ได้ ในวันหนึ่งเราจะใช้ไฟฟ้าอย่างมากเป็นเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง หากบ้านจำนวนมากเป็น smart home รวมถึงสำนักงานด้วย และสามารถปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 1 องศาในเวลาที่ Peak ก็จะทำให้ความจำเป็นในการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่น้อยลงอีกด้วย

นอกจากนั้น Smart Home ยังสามารถสามารถใส่ลูกเล่นต่างๆลงไปได้ เหมือนบ้านเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่ Mark Zukerburg ทำให้บ้านของเขาคุยกับเขาได้ เหมือน Jarvis ใน Iron Man เลย และยังมีระบบแยกแยะเสียงและหน้าตาอีกด้วย

 

การแพทย์

Bionic หรืออวัยวะเทียมที่ต่อเข้ากับร่างกายจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรา สามารถช่วยเหลือให้ผู้ที่พิการสามารถ สามารถใช้แขนหรือขาได้เหมือนคนปกติอีกครั้ง  สามารถปีนเขา  ยิงธนูได้ โดยใช้หลักการจับกระแสไฟฟ้าจากกล้ามเนื้อเพื่อนำมาควบคุมแขนหรือขากล หรืออวัยวะเทียมอื่นๆเช่นหูเทียม

นอกจากเรื่องอวัยวะแล้ว เรายังสามารถใช้ซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีในการช่วยแพทย์ประเมินผลการตรวจชิ้นเนื้อเยื่อ  หรือการตรวจอื่นๆ

และก็ทำให้การผ่าตัดแม่นยำขึ้นด้วย แม้ว่าจะใช้หุ่นยนต์ในการผ่าตัด อย่างไรก็ตามแพทย์ก็ต้องควบคุมหุ่นยนต์นั้นด้วย

 

รถไฟฟ้าหรือคอมพิวเตอร์มีล้อ

บางคนอาจจะคิดไปว่าจะทำให้รถยนต์ไฮเทคและมีการตอบสนองที่ดีได้อย่างไร  แต่ Elon Musk เคยกล่าวไว้ว่า “We really designed the Model S to be a very sophisticated computer on wheels” คือรถยนต์ที่ผลิตนั้นเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีล้อนั่นเอง

รถสามารถขับได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องกดคันเร่งหรือขยับพวงมาลัยเลย รถจะหลบ หรือจอดเวลาเกิดอุบัติเหตุขึ้นด้านหน้า แม้ว่าตามกฏหมายเราต้องวางมือไว้บนพวงมาลัยตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัย แต่อุบัติเหตุที่เกิดจากระบบไร้คนขับนั้นน้อยกว่าแบบที่มีคนขับมากๆ ไม่แน่ในอนาคตเราอาจจะขับรถไปทำงานและระหว่างวันอาจจะปล่อยให้รถไปรับผู้โดยสารเป็นรายได้เสริมก็ได้


 

การศึกษาด้วย AR และ VR

หมดยุคที่เราจะอ่านหนังสือจากกระดาษแผ่นแบบๆกันแล้ว ใครที่เคยเรียนภาคตัดกรวย หรือ กราฟที่มีแกน 3 มิติแล้วจินตนาการไม่ออกบ้าง หรือเวลาเรียนเกี่ยวกับชีววิทยาและนึกภาพไม่ออกว่าตับไตใส้พุงเป็นอย่างไร การทำ Virtual Reality (โลกเสมือน) และ Augmented Reality (การนำโลกเสมือนและโลกแห่งความจริงมาเจอกัน) จะทำให้เราได้เข้าไปสัมผัสกับโลก 3 มิติจริงๆ ที่ทำให้เราเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น

(การใช้ VR ในห้องเรียนมัธยม 3)

 

 

(การใช้ AR เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับอวัยวะต่างๆ)

การเรียนหนังสือก็จะสนุกและเรียนรู้ง่ายขี้นเยอะเลย

 

การซื้อขายของจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

พนักงานในร้านขายปลีกจะลดน้อยลงเรื่อยๆ Amazon Go ได้คิดเทคโนโลยีที่เรียกว่า “Just Walking Technology” ร้านขายของที่ไม่มีคนเลย เราแค่สแกนโค้ดในโทรศัพท์และเดินเข้าไปหยิบของใส่กระเป๋า แล้วเดินออกมาเลย ไม่ต้องจ่ายเงิน ไม่ต้องต่อคิว ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมอีกพอเดินออกจากร้าน ระบบก็จะสรุปให้ว่าเราซื้ออะไรไปบ้าง และส่งข้อมูลมาให้เราทางมือถือ ต้นปี 2017 ก็ได้เปิดร้านนำร่องให้พนักงานของ Amazon ได้ใช้กันแล้ว

(ตัวอย่าง Amazon Go)

 

นอกจากนั้นการค้าขายปลีกสามารถโอนจ่ายเงินได้สะดวกขึ้น ด้วย Application ต่างๆ Crypto currency ประเภท Bitcoin มีแนวโน้มที่จะมีบทบาทมากขึ้นเนื่องจากความปลอดภัยสูงและค่าธรรมเนียมต่่ำ และเสียค่าธรรมเนียมเท่ากันไม่ว่าจะโอนเงินไปส่วนไหนของโลก

เมื่อจ่ายเงินก็จะต้องมีการส่งของ บริษัท Start up อย่าง Flirtey ก็มีไอเดียว่าจะนำโดรนมาส่งของเร่งด่วนเช่นยาหรืออุปกรณ์แพทย์ และตอนนี้ก็เริ่มระดมทุนกันแล้ว

 

FINTECH กับการตอบสนองความต้องการทางการเงินของคนรุ่นใหม่

ส่วนแบ่งการตลาดของธนาคารกำลังถูกแบ่งโดย Fintech เจ้าใหม่ๆ ที่ให้บริการทั้งการขายประกัน การระดมทุน Crowdfunding เพื่อเปิดธุรกิจใหม่ ที่อเมริกามีการปล่อยกู้ซื้อบ้านผ่าน Fintech ด้วยเหมือนกัน รวมทั้งการโอนเงิน

กระแส cashless society กำลังมาแรง รวมทั้งในตะวันตกที่หลังจากเกิดวิกฤติ คนก็เริ่มไม่มั่นใจในธนาคารมากขึ้น และ Fintech ก็สามารถตอบโจทย์เรื่องความสะดวก รวดเร็วและค่าธรรมเนียมไม่แพง

ในเมืองไทยกระแส Fintech ก็เริ่มเข้ามาและคนก็เริ่มวางใจในระบบมากขึ้น และเราจะเริ่มเห็นคนสามารถขึ้นธุรกิจของตัวเองได้โดยใช้ Crowdfunding โดยไม่ต้องพึ่งพาธนาคารมากขึ้นเรื่อยๆ ลองไปดูรายละเอียดกันได้ที่ https://www.meefund.com/ หรือ http://asiola.co.th/
 




"วิทยาลัยนานาชาติสาขา Software Engineering สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง"
Tel : (+66)2 329-8261, (+66)2 329-8262
Website : www.ic.kmitl.ac.th/

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles