[Office ]  [article] 8 วิธีนั่งทำงานหน้าคอมให้ถูกหลักห่างไกล Office syndrome

 
 
 
8 วิธีนั่งทำงานหน้าคอมให้ถูกหลักห่างไกล Office syndrome
 
           ด้วยการทำงานของชาวออฟฟิศทั้งหลายที่ต้องเผชิญ คือ การนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ วันละ 8 ชั่วโมงต่อวัน และด้วยอริยาบทเดิมๆ ในการนั่งทำงาน ย่อมส่งผลทำให้เกิดปัญหาไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย ช่วงแรกอาจมีปัญหาทางด้านการปวดเมื่อย เกร็ง และอาจส่งผลให้มีปัญหาเรื่องกระดูกสันหลัง  ด้วยอริยาบทในการที่ต้องก้มศีรษะลงขณะใช้งานคีย์บอร์ดและเมาส์ และการมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ไม่ถูกต้องกับสรีระ ทำให้ต้องใช้กล้ามเนื้อคอมากเกินไป เมื่อนั่งทำงานไปนานๆ มักปวดช่วงคอ ศีรษะ วันนี้ เรามาไขข้อข้องใจ และหาวิธีรับมือกับปัญหาที่อาจจะตามมากันดีกว่า
 
1. ควรปรับให้จอคอมพิวเตอร์อยู่ในระดับสายตา
    คือกึ่งกลางของจออยู่ระดับสายตา ให้อยู่ห่างระดับสายตาประมาณ 2.5 ฟุต ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่พอเหมาะ และอยู่ในระดับสายตา พอดีกับระดับเก้าอี้ที่นั่ง หากเลือกใช้คอมพิวเตอร์จอแบบ LED จะสามารถลดการสะท้อนของเงาและช่วยถนอมสายตาไปในตัว

 
 
2. แป้นคีย์บอร์ด ควรอยู่ในระดับข้อศอก ข้อมือ
    เพื่อจะได้ไม่ต้องยกแขนขึ้นมาพิมพ์ทำให้ได้รับความสบายในการใช้งานมากขึ้น หน้าจอ คอมพิวเตอร์ปรับให้อยู่ในระดับสายตา ไม่ไกล และไม่ใกล้จนเกินไป
 
3. เมาส์ ที่มีขนาดเหมาะสมกับรูปทรงสรีระข้อมือ
    
หากเลือกอุปกรณ์ใช้แบบแทรกกิ้งบอล หรือเมาส์ไร้สาย จะส่งผลดีมากขึ้น วางตำแหน่งเม้าส์ให้เหมาะสม เนื่องจากสามารถนำมาใกล้ตัวได้ ใช้ถนัดมือ และไม่ต้องยื่นแขน จากการเอื้อมสุดแขน ซึ่งอาจจะส่งไปถึงอาการปวดคอด้วย
 
 
4. ควรกระพริบตาถี่ๆ
    และมองออกไปในระยะไกลเป็นระยะๆ จะช่วยให้น้ำมาหล่อเลี้ยงดวงตามากขึ้น หรือควรหลับตา เอนหลังสักพัก เพื่อให้ดวงตาได้พักผ่อน การมองออกไปในระยะไกลสุดสายตา ไม่ต้องจ้องหรือโฟกัสจุดไหน จะช่วยทำให้ตาจะไม่เกิดอาการเกร็ง

 
 
5. การเลือกขนาดของโต๊ะ เก้าอี้ให้เหมาะสมพอดีกับสรีระ
    ควรเลือกเก้าอี้ที่เอนได้และมีความสูงของเก้าอี้และโต๊ะได้ระดับ เดียวกันเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเนื่องจากสรีระของแต่ละคนแตกกต่างกัน การเลือกขนาดที่เหมาะสม ช่วยลดอาการ Office syndrome ได้เป็นอย่างดี

 
 
6. ควรนั่งเก้าอี้ให้เต็มก้น หลังติดพนักพิง
    นั่งในท่าที่เหมาะสมและมีหมอนรองหลัง ไม่ควรนั่งขัดสมาธิเวลาใช้คอมนานๆ เพราะจะทำให้เมื่อยมากกว่าเดิม 2 เท่า ควรนั่งบนเก้าอี้แบบปกติ เพื่อใช้คอมพิวเตอร์ที่วางอยู่บนโต๊ะในตำแหน่งมาตรฐาน ควรหาหมอนขนาดกำลังพอเหมาะมารองพนักพิงหลัง เพื่อรองรับกระดูกสันหลัง ชะลออาการเมื่อยได้ หากต้องทำงานหรือต้องนั่งหน้าคอมเวลานาน ควรเลือกเก้าอี้ที่ช่วยให้นั่งสบายเวลาทำงานโดยเฉพาะ

 
 
7. ควรหมั่นบริหารร่างกายอยู่สม่ำเสมอ
    โดยใช้ท่าง่ายๆ เช่น การ เดินไปมา การบีบคอ ยืดกล้ามเนื้อคอ เอียงไปซ้ายและขวา ก้มหน้าเงยหน้า โดยแต่ละท่าค้างไว้ 10 วินาที เพื่อการเปลี่ยนอริยาบทในการทำงาน การยืดกล้ามเนื้อหลังโดยการก้มตัว หน้าอกประชิดหัวเข่า การยืดและคลายกล้ามเนื้อควรทำช้าๆ และค้างไว้ 10 วินาที เพื่อให้กล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นยืดตัว ถ้าก้มแรงๆ หรือกระแทกแรงๆ จะทำกล้ามเนื้อฉีกขาดหรือบาดเจ็บได้

 

8. การเปลี่ยนอริยาบถในการทำงาน
    ควรลุกเดินไปทำกิจกรรมอื่นๆ บ้าง เช่น ส่งแฟกซ์ ถ่ายเอกสาร ไม่ควรนั่งท่าเดิมๆเป็นเวลานานติดต่อกัน ลุกขึ้นบิดขี้เกียจ ออกไปยืดเส้นยืดสายบ้างข้างนอกบ้าง ทุกๆ 30-45 นาที  หรือหากสามารถออกไปข้างนอกตัวอาคาร ออฟฟิศ เพื่อที่จะให้สายตาได้เจอกับแสงในระดับที่ต่างกัน ทำให้สายตาได้ปรับแสง จากอาการสายตาพร่ามัว ตาแห้ง การระคายเคือง และทำให้กล้าเนื้อได้มีการยืดหยุ่น ที่สำคัญสามารถลดความเครียดในการทำงานที่เป็นตัวบ่มเพาะโรคนี้ให้รุนแรงมากขึ้น

 
     อาการแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่ต้องทำงานในอากัปกิริยาเดิมๆ หากเลี่ยงลักษณะงานไม่ได้จริงๆ ก็ควรหาวิธีดูแลตัวเองและวิธีป้องกันแม้ว่าวิธีที่กล่าวมาทั้งหมด จะไม่ได้ช่วยป้องกัน 100%  แต่อย่างน้อยก็สามารถช่วยรับมือ และลดปัญหาที่ออาจจะตามได้ เพราะฉะนั้นการดูแลตัวเอง และสิ่งรอบข้างก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพราะหากเกิดโรค Office syndrome ขึ้นมาแล้ว จะเป็นปัญหาเรื้อรังที่สามารถสร้างความกังวลใจไปอีกยาวนานได้เลย

ติดตามบทความอื่นๆได้ที่...
Fanpage :: www.facebook.com/FloworkOffice
website :: www.floworkoffice.com

Created date : 25-04-2017
Updated date : 25-04-2017
Post by : Flowork Office

 

ช่องทางติดต่อ
Fanpage :: 
www.facebook.com/FloworkOffice
website :: www.floworkoffice.com


- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles