[Food and Beverage ]  [article] รู้ก่อนดีกว่ารู้ที่หลัง เรื่องราวน้ำมันมะพร้าวสำหรับประกอบอาหารสกัดร้อน

 
 
 
  นปัจจุบัน...กระแสการหันมาใส่ใจสุขภาพเป็นเรื่องที่อินเทรนด์ติดลมกันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการ "ออกกำลังกาย" หรือการรู้จักเลือก                        
"รับประทานอาหาร" ให้มีประโยชน์มากขึ้น

     การเลือกวัตถุดิบต่างๆ ในการทำอาหารเข้ามามีบทบาทใน "ชีวิตประจำวัน" ของใครหลายคน รวมไปถึงการเลือก "น้ำมัน" ในปัจจุบันนี้มี             น้ำมันมะพร้าว ที่ผ่านการศึกษาและวิจัยพบว่า มีผลต่อสุขภาพคนอย่างดีเยี่ยมในหลายมิติด้วยกัน

ทำให้ "น้ำมันมะพร้าว" ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในหลากหลายด้าน

     น้ำมันมะพร้าว ให้ประโยชน์อันน่าทึ่งต่อสุขภาพ นอกเหนือจาก การบำรุงความงาม การนำมาปรุงอาหาร ก็เป็นเรื่องที่ใครบางคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามีประโยชน์อย่างไร
     
- บางคนอาจยังสงสัยว่ากินแล้วจะดีอย่างไร
     - เอามาทำอาหารแล้วจะดีกว่าน้ำมันประเภทอื่นอย่างไร
 "น้ำมัน" ประเภทอื่นๆทั่วไป ก็ส่งผลเสียต่อร่างกายได้ ขยับเข้ามาอีกนิดแล้วจะได้รู้ว่า "รู้ก่อน ก็ดีว่ารู้ที่หลัง เรื่องน้ำมันมะพร้าว"
   
     
 1. น้ำมันมะพร้าว...สามารถเก็บไว้ได้นาน ไม่เหม็นหืน แต่จะจับตัวแข็งเมื่อถูกความเย็น ที่สำคัญไม่มีควันเมื่อถูกความร้อนสูง เหมาะแก่การทอดอาหารหรือขนมแบบทอดกรอบแบบน้ำมันท่วม
  • หรือ จะใช้ผสมในน้ำผลไม้ลงในน้ำส้มคั้น
  • ใส่แกงจืด 
  • ทำเป็นน้ำสลัด 
  • ราดบนน้ำแข็งไส
  • ไอศกรีม 
  • จะใส่ลงไปพร้อมกับหุงข้าวก็ได้เช่นกัน ซึ่งจะทำให้ข้าวมีความหอม นุ่มอร่อยเป็นพิเศษ
     
   
 2. การทาน น้ำมันมะพร้าว เป็นประจำเป็นการเพิ่มแคลเซียมและแมกนีเซียมให้กับกระดูก ทำให้กระดูกเจริญเติบโตได้ดี และแข็งแรง
(แคลเซียมและแมกนีเซียมจะถูกทำงายในความร้อน)

     3. น้ำมันมะพร้าว...มีกรดลอริกสูงมาก เป็นสารตัวเดียวกันกับกรดไขมันที่มีในนมแม่ เมื่อบริโภคเข้าไปจะมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคไม่ว่าจะเป็น แบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อยีสต์ ไวรัส หรือโปรโตซัว
       นอกจากฆ่าเชื้อโรคได้หลายชนิดแล้ว ยังช่วยขยายหลอดเลือด ป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด อันเป็นสาเหตุของ
โรคหัวใจ เป็นอาหารให้แก่เซลล์
       ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของตับอ่อนในการสร้างอินซูลินจึงดีต่อผู้เป็นเบาหวาน แถมยังปลอดภัยต่ออนุมูลอิสระ และไขมันทรานส์ ช่วยป้องกันการกลายพันธุ์ของเซลล์ไม่ให้เกิดเป็นเซลล์มะเร็ง และช่วยกดการเจริญเติบโตของเนื้องอก

     4. ช่วยทำให้ "รับประทานอาหาร" มื้อต่อไปได้น้อยลง ช่วยยืดและชะลอความหิวออกไปให้นานขึ้น จึงเหมาะอย่างมาก สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก 
     
     
5. น้ำมันมะพร้าว คือ น้ำมันที่ได้จากการสกัดแยกน้ำมันจาก เนื้อผลของมะพร้าว องค์ประกอบหลักของ "น้ำมันมะพร้าว" เป็นกรดไขมันอิ่มตัว 92% จึงไม่ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของโรคมากมายเหมือนกับน้ำมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันถั่วเหลือง ทานตะวัน คำฝอย ซึ่งจะเกิดอนุมูลอิสระได้ง่าย

     6. ช่วยป้องกันการเกิด โรคหัวใจ ด้วยการช่วย เพิ่มไขมันชนิดดี (HDL) และไปช่วย ลดไขมันเลว (LDL) ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจ

     7. วิธีกิน "น้ำมันมะพร้าว" น้ำมันมะพร้าวคือ “ไขมันแคลอรีต่ำ” แถมช่วยลดความหิวได้ดีกว่าไขมันหรืออาหารอื่น ผู้ที่กินน้ำมันมะพร้าวจะไม่หิวเป็นเวลานาน จึงกินอาหารน้อยกว่าผู้ที่กินน้ำมันอื่น ๆ ทำให้มีแคลอรีน้อยกว่า จนไม่มีเหลือสะสมเป็นไขมัน

     8. ช่วยล้างพิษ ขับพิษของเสียออกจากร่างกายหรือช่วย "ดีท็อกซ์"

    9. เป็นอาหารให้แก่เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย 

       ไขข้อสงสัย การสกัดร้อน และการสกัดเย็น ต่างกันอย่างไร?
 
     
การสกัดร้อน คือการนำหัวกะทิไปเคี่ยวในกะทะที่ตั้งไฟ แล้วทำการเคี่ยวไปเรื่อยๆจนกระทั่งน้ำมันลอยขึ้นมาแล้วจึงตักออกไป
ในการทำวิธีนี้ น้ำมันที่ได้จะมีคุณสมบัติบางอย่างนั้นหายไปเพราะ
ความร้อน และสี จะไม่ใสมาก เเต่มีกลิ่นที่ไม่หอม (ใช้คำว่าไม่มีกลิ่นมะพร้าวจะดีกับเรามากกว่า) เหมือนวิธีการสกัดเย็น

     
การสกัดน้ำมันมะพร้าว ด้วยวิธีการสกัดร้อน จะใช้เนื้อมะพร้าวแห้ง ที่ทำเป็นชิ้นเล็กๆ หรือเป็นเส้นๆ โดยวิธีการขูด แล้วนำไป บีบอัด(Expression) หรือ อาจจะใช้ตัวทำละลาย(Solvent Extraction)

     ดังนั้น น้ำมันมะพร้าว ที่ได้ จึงเป็นน้ำมันดิบ (crude oil) ใช้บริโภคไม่ได้ จนกว่าจะผ่านกระบวนการทำให้กลายเป็น "น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์"
( Refined, Bleached, Deodorized - RBD) ซะก่อน...!!!

ซึ่งจะต้องผ่านกระบวนการ
ทั้งความร้อน และสารเคมี จึงเรียกน้ำมันมะพร้าวที่ได้จากการ สกัดร้อนนี้ว่า "น้ำมันมะพร้าวผ่านกระบวนการ" หรือ "RBD Coconut oil"

    การสกัดเย็น จะเป็นการนำเอาหัวกะทินั้นไปใส่ถาชนะแล้วก็เอาเข้าตู้เย็นเพื่อให้กะทินั้นเกิดการแยกตัวเองโดยธรรมชาติ พอเกิดการแยกตัวนั้นเราจึงทำการแยกเพื่อเอา น้ำมันมะพร้าว ออกมา การสกัดด้วยวิธีนี้เรา จะได้ น้ำมันกะทิที่ดี มีสีที่ใส และมีกลิ่นหอม และคุณสมบัติทุกอย่างก็ยังคงเดิม
 
ความมหัศจรรย์จากธรรมชาติของ น้ำมันมะพร้าว อันก่อเกิดประโยชน์ มากมายมหาศาล ที่เราควรรู้ก่อน! ดีกว่ารู้ที่หลัง!
 

**********

คุยกันต่อได้ที่ 
Facebook : Plearn Coconut Cooking Oil

Youtube : Plearn Coconut Cooking Oil
Blog : 
Plearn Coconut Cookingoil
 

พูดคุย ปรึกษาได้ที่ 

กรอกข้อมูลเพื่อรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ กับ Plearn Cooking Oil ได้ที่นี่ คลิ๊กเลย
Created date : 25-09-2017
Updated date : 22-12-2017

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles