[Factory ]  [article] รู้ไว้ก่อนสาย!! รวมปัญหาที่มักเกิดกับระบบลมอัดในอุตสาหกรรม

 
 
 

       โรงงานอุตสาหกรรมโดยส่วนใหญ่ มีปัจจัยหลากหลายที่นำมาใช้ในขั้นตอนการผลิตไม่ว่าจะเป็น ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำมัน ก๊าซ รวมไปถึงระบบลม ที่มีความสำคัญต่อโรงงานอุตสาหกรรมถึงร้อยละ 95-98 เปอร์เซนต์ เพื่อเป็นตัวช่วยในด้านต่างๆ ทั้งลดต้นทุนการผลิต รวมไปถึงการประหยัดเวลาในการผลิตอีกด้วย

       ระบบลม หรือ นิวเมติกส์ (Pneumatic) เป็นต้นกำลังที่ใช้ในระบบลม ทำให้เครื่องจักรทำงานได้  โดยใช้อากาศอัดและส่งไปตามท่อทาง อากาศอัด คือตัวกลางในการส่งถ่ายกำลังของไหล ให้กลายเป็นพลังงานกล จากนั้นจึงใช้พลังงานกลไปใช้งาน เช่น การทำให้กระบอกสูบลมหรือมอเตอร์ลม ทำงาน

       ตัวอย่างเช่น การนำพลังงานระบบลมไปประยุกต์ใช้ ได้แก่ การบรรจุหีบห่อสินค้า งานขนถ่ายวัสดุ เครื่องมือกลที่ใช้พลังงานลมในการขับเคลื่อน ปั้มน้ำมัน ในการเติมยางลม ก็ต้องใช้ลมเป็นหัวใจหลัก เป็นต้น

       การใช้งานระบบลมอัดในการขั้นตอนต่างๆ หรือการใช้ระบบลมอัดเป็นระยะเวลายาวนานโดยใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ไม่มีคุณภาพ ย่อมส่งผลกระทบหรือปัญหาที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน กลุ่มอุตสาหกรรมต้องเจอกับปัญหาพวกนี้ ซึ่งปัญหาที่มักเกิดกับระบบอัดลมในอุตสาหกรรม มีหลายลักษณะ

       1.น้ำที่ค้างอยู่ในถังพักลม เป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดน้ำเข้าไปเจือปนในระบบลม
       โดยปกติธรรมชาติของอากาศ เมื่ออยู่รวมกันก็จะเกิดการควบแน่น จากอากาศกลายเป็นน้ำถ้าหากเราไม่ระบายน้ำที่อยู่ในถังลมเลย ก็จะให้น้ำไปตามลมอย่างแน่นอน เช่นนั้นแล้วควรหมั่นเดรนน้ำในถังลม อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพราะไม่เช่นนั้น หากปล่อยไป นอกจากจะทำให้ถังลมเป็นสนิมแล้ว ยังจะทำให้เครื่องมือลมต่างๆของท่านเสียหายตามมาด้วย
 

 
       2.งานพ่นสีที่ขาดตัวฟิวเตอร์เสีย
       คือ ตัวฟิวเตอร์จะเป็นตัวที่ช่วยในการกรองอากาศ ไม่ให้มีน้ำและความชื้นปนอยู่ หากตัวฟิวเตอร์เสีย ผลเสียก็จะเกิดขึ้นกับงานทันที เพราะการพ่นสีในส่วนต่างๆเช่น การทำสีรถยนต์ ถ้ามีน้ำและความชื้นปะปนมา ก็จะทำให้สีไม่เป็นเนื้อเดียวกัน จะมีลักษณะของสี  ปูดขึ้นมา มันทำให้สีดูไม่เรียบ เลยต้องมีการใช้เครื่องกรองระบบอัดลมเข้ามาเป็นตัวช่วย ให้สินค้ามีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด
 

 
       3. อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
       ในอุตสาหกรรมอิเล็กรอนิกส์ซึ่งเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า ความชื้นจึงเป็นสิ่งที่ต้องระวังอย่างมาก ให้หลุดลอดมาไม่ได้เลย ในงานอิเล็กทรอนิกส์ถ้ามีความชื้นมากอยู่ในระบบ อาจทำให้วงจรไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เกิดการช็อต เพราะฉะนั้นในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์นี้ ในระบบที่ใช้ “Pneumatic” ค่อนข้างจะสำคัญ จึงต้องควบคุมให้ดี
 

 
       4.อุตสาหกรรรม Robot  
       การใช้หุ่นยนต์ในอุตสาหกรรม จะไม่ได้ใช้ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่มีลมที่เป็นส่วนสำคัญเข้าไปช่วยขับเคลื่อนด้วย โรบอทซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่ค่อนข้างละเอียด การใช้งานจึงมีค่าบวกลบไม่เกิน 1 ถึง 2 เปอร์เซนต์ ถ้ามีน้ำมันหรืออะไรเข้าไป ทำให้คุณภาพที่เข้ามา error นั้นเอง ตามที่โรงงานแต่ละที่กำหนดเอาไว้
 

       5.อุตสาหกรรมอาหารและยา
       หากอาหารหรือยามีสิ่งสกปรกที่เกิดจากลมปะปนอยู่ นั่นหมายถึงความไม่ปลอดภัย เพราะฉะนั้น มาตรฐาน GMP ที่ออกมาต้องใช้ลมที่สะอาด และบริสุทธิ์ ในขั้นตอนการผลิตรวมไปถึงการบรรจุ 
       อุตสาหกรรมอาหารและยามากกว่า ร้อยละ 90 เปอร์เซนต์ ใช้ “Pneumatic” เป็นหลักไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของลม คุณภาพของวัสดุที่อยู่ในลม ความสะอาดของลม รวมไปถึงอุตสหกรรมเครื่องดื่มที่ต้องใช้ระบบลมอัด ที่มีประสิทธิภาพไม่เช่นนั้น ในการตอนการผลิต การอัดลมที่ใช้ในการบรรจุขวด จะขาดคุณภาพ ซึ่งมีผลต่อผลิตภัณฑ์ที่ได้ออกมา 
       โรงงานอุตสาหกรรมควรคัดเลือก เครื่องมือที่จะเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการด้านประสิทธิภาพ และการใช้งานให้ได้อย่างสูงสุด เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิตและประหยัดเวลาในการผลิต

       รู้อย่างนี้แล้ว เราต้องหมั่นตรวจสอบดูแลระบบลมอัด ให้มีสภาพสมบูรณ์อยู่ตลอด เพราะ ระบบอัดลมเป็นหัวใจสำคัญของโรงงานอุตสาหกรรม
ที่จะมองข้ามหรือละเลยไม่ได้อย่างแน่นอน

 

**********

คุยกันต่อได้ที่ 
Facebook : Domnick hunter-RL
Youtube : domnick hunter-RL
Blog : domnickthailand
www.domnickhunterrl.com

พูดคุย ปรึกษาได้ที่ 

กรอกข้อมูลเพื่อรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ กับ domnick hunter-RL ได้ที่นี่ คลิ๊กเลย
Created date : 13-10-2017
Updated date : 13-10-2017
Post by : Domnick Blog
สนใจติดตามข้อมูล อ่านต่อได้ที่
Blog : 
Domnick Blog
Facebook : Domnick hunter-RL 
Youtube : 
domnick hunter-RL
 

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles