[Smart Choice ]  [article] ภัย! จากคลื่นโทรศัพท์มือถือ รุนแรงขนาดไหน?

 
 
 
​       หันไปทางซ้าย หันไปทางขวา... ภาพที่ชินตาในปัจจุบัน คือ เห็นผู้คนมากมายหยิบจับโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อสื่อสาร เล่นเกม ทำงาน แล้วก็ บลา…บลา เพราะอะไร? ก็เพราะ…การพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วส่งผลให้ มีเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ เข้าอำนวยความสะดวกให้ในชีวิตประจำวัน

       ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านั้น ล้วนมีความเกี่ยวข้องกับการแพร่กระจายคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างแน่นอน ไม่มากก็น้อย เช่น โทรศัพท์มือถือ วิทยุ โทรทัศน์ เตาไมโครเวฟ เครื่องเอ็กซเรย์ เป็นต้น

 

 
 
 
       
ลายคน... อาจยังสงสัยว่าการได้รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ จะส่งผลกระทบหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อมากน้อยเพียงใดกับผู้ใช้งานในความเป็นจริงแล้วรอบๆตัวเราจะมีพลังงานของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดต่างๆแพร่กระจาย ทั้งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเช่น แสงอาทิตย์ และเกิดจากมนุษย์สร้างขึ้น เช่น คลื่นวิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่
 
       
โดยทั่วไปจะสามารถแบ่งการกระจายพลังงานของคลื่นแม่เหล็ก ไฟฟ้าได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
 
1.กลุ่มที่มีการกระจายพลังงานแบบ Non-Ionizing
 

         ซึ่งเป็นการแผ่พลังงานในลักษณะที่ไม่ทำให้โมเลกุลของเนื้อเยื่อในสิ่งมีชีวิตแปรเปลี่ยนไป มีเพียงแต่การถ่ายเทความร้อนไปสู่เนื้อเยื่อ คลื่นความถี่ที่มนุษย์มีโอกาสได้รับ ผลกระทบจะอยู่ในย่านต่ำากว่า 1014 Hz ลงมา หรือเรียกว่า คลื่น RF (Radio Frequency) ได้แก่ โทรศัพท์เคลื่อนที่ เครื่องส่งสัญญาณ WiFi วิทยุ โทรทัศน์ เตาไมโครเวฟ เครื่องเอ็กซเรย์ เครื่องเล่นวิทยุบังคับ เป็นต้น

         หากร่างกายได้รับพลังงานที่มีความเข้มสูงมากเกินไปเป็นระยะเวลานาน
อาจส่งผลกระทบให้เกิดการไหม้ การระคายเคือง และเซลล์ของเนื้อเยื่อตายได้ อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์เหล่านี้ปกติแล้วจะถูกควบคุมโดยหน่วยงานของรัฐ ซึ่งมีผลให้ปริมาณพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ประชาชนทั่วไปได้รับในชีวิตประจำาวันนั้นอยู่ในระดับที่ต่ำ โดยประเทศไทยใช้เกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยตามมาตรฐาน ICNIRP (International Commissionon Non-Ionizing Radiation Protection) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล
 

 
         ที่ศึกษาจากเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิตและสัตว์ทดลอง ซึ่งค่าเกณฑ์มาตรฐานกำาหนดให้ระดับความแรงของพลังงานที่ออกมาจากอุปกรณ์กำเนิดคลื่นควรมีความแรงต่ำกว่า 50 เท่า ของพลังงานที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อสิ่งมีชีวิตสามารถทำให้เซลล์สัตว์ หรือมนุษย์เป็นมะเร็งได้

          ระดับความเสียหายของร่างกายที่รับพลังงานคลื่นความถี่จะสัมพันธ์กับปัจจัยดังต่อไปนี้ คือ
- ความถี่ในการใช้งานของอุปกรณ์กำเนิดคลื่น RF เช่น จำนวนเฉลี่ยการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่อวัน ยิ่งมีความถี่ใช้งานต่อวันมาก ก็ยิ่งมีความเสี่ยงสูง
- อายุและระยะเวลาที่เริ่มใช้อุปกรณ์กำเนิดคลื่น RF ถ้าเริ่มใช้ตั้งแต่อายุน้อยก็เป็นอันตรายมาก
- ระยะเวลาเฉลี่ยการใช้งานอุปกรณ์กำาเนิดคลื่น RF ถ้าใช้งานแต่ละครั้งเป็นระยะเวลานานก็อันตรายมาก

2.กลุ่มที่มีการกระจายพลังงานแบบ Ionizing
 

        การกระจายพลังงานแบบ Ionizing มีผลทำให้โมเลกุลของเนื้อเยื่อในสิ่งมีชีวิตแปรเปลี่ยนไป เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง คลื่นความถี่จะอยู่ในย่าน 1015Hz ขึ้นไป ได้แก่ คลื่นอัลตราไวโอเลต คลื่นเอ็กซ์ และคลื่นแกมมาเป็นต้น คลื่นอัลตราไวโอเลตกลุ่มนี้มีอยู่ในแสงแดดธรรมชาติ การได้รับแสงแดดที่มีความเข้มสูงอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้ผิวหนังไหม้และเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง

        
ดังนั้น... ประชาชนสามารถหลีกเลี่ยงหรือใช้ครีมกันแดดป้องกันได้ สำหรับคลื่นเอ็กซ์ และคลื่นแกมมามักใช้งานในโรงพยาบาลโดยอยู่ในความดูแลของแพทย์ ประชาชนทั่วไปจึงไม่ต้องวิตกกังวล
 
       
การสนทนาหรือเล่นอินเตอร์เน็ต... ไม่ว่าจะผ่านโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ หรือ WiFi สอดคล้องกับนักวิจัยมีชื่อเสียงทั้งจากมหาวิทยาลัยในอเมริกาเหนือและยุโรป ที่มีการตีพิมพ์ผลการวิจัยว่า การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นระยะเวลานานจะส่งผลเสียสุขภาพในระยะยาว โดยเสนอให้เด็กวัยรุ่นควรเลี่ยงพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่
        
       
โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่มีอายุต่ำากว่า 16 ปี ] การพัฒนาของกะโหลกศีรษะยังไม่สมบูรณ์เพียงพอที่จะรับผลกระทบจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอาจเป็นอันตรายต่อเซลล์สมอง
 

 
        ถึงแม้จะยังไม่ได้รับการยืนยันเป็นทางการ แต่ก็มีการยอมรับกันทั่วไปว่า คนที่ใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่มากก็มีโอกาสที่จะมีความเสี่ยงทางสุขภาพสูงกว่าผู้ที่ใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่เท่าที่จำเป็น แม้จะมีหน่วยงานมาตรฐานโลกคือ ICNIRP และหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงในประเทศไทย คือ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
 
 
        ขอแนะนำการป้องกันหรือหลีกเลี่ยงจากการได้รับพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า คือ

• หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้สถานีฐานของโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือเสาอากาศวิทยุและโทรทัศน์ ควรอยู่ห่างจากสายอากาศบนเสาโทรคมนาคมเป็นระยะทางไม่น้อยกว่า5-10 เมตร
• ถ้าเป็นไปได้ให้ใช้อินเตอร์เน็ตแบบมีสาย ถ้าไม่สะดวกหลีกเลี่ยงการติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณ WiFi ในห้องนอนและควรปิดเครื่องเมื่อไม่ใช้งานทันที  
• ควรใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เฉพาะเมื่อจำเป็น เพื่อลดระยะเวลาการใกล้ชิดกับแหล่งกำเนิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาหรับเด็กและเยาวชน ถ้ามีโทรศัพท์พื้นฐานก็แนะนำาให้ใช้โทรศัพท์พื้นฐานหรือโทรศัพท์ไร้สาย ( Cordless) ที่มีกำลังส่งไม่เกิน 100 มิลลิวัตต์
• เมื่อจำาเป็นต้องใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่สนทนาเป็นเวลานาน ควรเลือกใช้อุปกรณ์ช่วยฟังในการต่อพ่วง (Small Talk/Hand Free)
• อุปกรณ์รับส่งคลื่นความถี่ทุกชนิด เช่น โทรทัศน์โทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นต้น ไม่ควรนำไปไว้ในห้องนอน หรือ ห้องที่มีเด็กอ่อน
• ใช้อุปกรณ์รับส่งคลื่นวิทยุที่ได้รับใบรับรองจากหน่วยภาครัฐ

        จะเห็นได้ว่าความรุนแรงจากคลื่นโทรศัพท์มือถือ ก็มีปัจจัยที่หลากหลาย แต่เราสามารถควบคุมมันได้แค่เอือม หากรู้ลิมิตของการใช้งานอย่างถูกต้อง ผลกระทบที่ตามมาก็จะไม่เกิด หรือส่งผลความรุนแรงได้น้อยที่สุด ดังนั้น ควรใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทันจะดีที่สุด 
สนใจติดตามข้อมูล อ่านต่อได้ที่ 
www.facebook.com/Letterplanet.fan

Post by : Letter Planet Reporter
บทความคัดสรรค์ จากทีมงาน LetterPlanet.com
ติดตามแฟนเพจของพวกเราได้ที่ LetterPlanet

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles