[Smart Choice ]  [article] กินเจ ไม่จำเจ

 
 
 
คำว่า "เจ" ภาษาจีนทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายานมีความหมายว่า "อุโบสถ" 
ตามแบบอย่างของชาวพุทธที่รักษาอุโบสถศีล หรือรักษาศีล 8 จะไม่รับประทานอาหารหลังเที่ยงวันไปแล้ว

     แต่สำหรับพุทธนิกายมหายานนั้น การรักษาอุโบสถศีลจะรวมถึงการไม่รับประทานเนื้อสัตว์ด้วย เราจึงนิยมเรียกการไม่ทานเนื้อสัตว์รวมไปกับการกิน เจ ปัจจุบันผู้ที่รับประทานอาหารทั้ง 3 มื้อ แต่ไม่กินเนื้อสัตว์ก็ยังคงเรียกว่า "กินเจ" 

     ดังนั้นความหมายของคน กินเจ ไม่เพียงแต่ไม่ทานเนื้อสัตว์ แต่ยังต้องดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์ สะอาด ทั้งกาย วาจา ใจ 
เรากินเจ เพื่อ อะไร

    
      จุดประสงค์หลักของการกินเจ แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทคือ 

          1. กินเพื่อสุขภาพ เพราะ อาหารเจ เป็นอาหารชีวจิต เมื่อกินติดต่อกัน จะทำให้ร่างกายสมดุล สามารถขับพิษของเสียต่าง ๆ ออกจากร่างกายได้ และปรับระบบต่าง ๆ ในร่างกายให้มีเสถียรภาพ 

          2. กินด้วยจิตเมตตา เนื่องจากทุก ๆ วัน อาหารที่เรากินประกอบด้วยเลือดเนื้อของสรรพสัตว์ ผู้ที่มีจิตใจดีงามจึงไม่สามารถกินเนื้อของสัตว์เหล่านั้นได้  

          3. กินเพื่อเว้นกรรม เพราะการฆ่าเอาเลือดเนื้อผู้อื่นมาเป็นของเราเป็นการสร้างกรรม แม้จะไม่ได้ลงมือฆ่าเองก็ตาม เพราะการซื้อผู้อื่นเท่ากับการจ้างฆ่า ถ้าไม่มีคนกินก็ไม่มีคนฆ่ามาขาย

 

 
     อาหารเจนับว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์... ไม่มีพิษต่อร่างกาย เพราะได้โปรตีนจากถั่วต่าง ๆ และยังย่อยง่าย เป็นการแบ่งเบาภาระของระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่าย

     ผู้ที่รับประทานเจ สามารถเลือกส่วนผสมดังต่อไปนี้มาปรุงอาหารได้
  • เช่น ข้าวกล้อง (ใช้แทนข้าวขาว)
  • โปรตีนเกษตร (แทนเนื้อสัตว์) ผักสด เห็ดหอม ถั่วนานาพันธุ์ เต้าหู้ แป้งหมี่กึง และผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำเป็นอาหารชนิดต่าง ๆ ปัจจุบันมีเมนูอาหารจำนวนมาก ซึ่งหลายเมนูทำเลียนแบบเนื้อสัตว์ได้เหมือนจริง เช่น ขาหมูเจที่ทำจากแป้ง และถั่ว ฯลฯ 
 
กินเจอย่างไรไม่ให้เสียสุขภาพ

          1. ล้างผัก-ผลไม้ให้สะอาด ในช่วง "กินเจ" เราจะมีโอกาสได้กิน "ผัก-ผลไม้" เพิ่มมากขึ้น ซึ่งก็ควรต้องระวังสารตกค้างจากยาฆ่าแมลงในบรรดาผักและผลไม้ให้มากขึ้นด้วย ควรเลือกซื้อผักและผลไม้จากแหล่งจำหน่ายที่ได้มาตรฐาน 

       
   2. ลดอาหารเค็มจัดและหวานจัด เครื่องปรุง "อาหารเจ" หลัก ๆ จะเป็น ซอส ซีอิ๊ว น้ำตาล ซึ่งหากคุณเป็นคนที่ชอบกินอาหารรสจัดก็อาจเผลอปรุงรสอาหารเจด้วยเครื่องปรุงเหล่านี้มากเกินปกติ ซึ่งก็อาจทำให้เสี่ยงต่อโรค ไต และเบาหวานได้ ดังนั้นพยายามอย่ากินเค็มจัดและหวานจัดดีกว่า

          
3. กินแป้งให้น้อย อย่าลืมว่า "อาหารเจ"  ส่วนใหญ่อุดมไปด้วยแป้งเน้น ๆ เลยนะคะ ดังนั้นหากเป็นไปได้พยายามเน้นรับประทาน ผัก เต้าหู้ ด้วยการปรุงสุกแบบต้มและนึ่งเพื่อสุขภาพที่ดีและรูปร่างที่ไม่อ้วนกันเถอะ

          4. กินโปรตีนให้มาก แม้ช่วง "เจ" จะงดทานเนื้อสัตว์ แต่ยังมีโปรตีนจากพวก ถั่ว เต้าหู้ ฟองเต้าหู้ และโปรตีนเกษตรเป็นตัวเลือกเพื่อสุขภาพอีกทางหนึ่ง ดังนั้นหากไม่อยากให้ร่างกายขาดสารอาหารประเภทโปรตีน ก็อย่าลืมกินอาหารประเภทนี้เยอะ ๆ นะคะ

ประโยชน์ของการกินเจ

          การกินอาหารเจ...นอกจากจะเป็นการถือศีลรักษาประเพณี และละเว้นชีวิตแล้ว ยังให้ประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้ 

 
     ร่างกายสามารถขับถ่ายของเสียออกได้หมด ทำให้ไม่มีสารพิษตกค้างอยู่ภายใน 
 
     เมื่อรับประทาน "อาหารเจ" เป็นประจำ โลหิตจะถูกฟอกให้สะอาดขึ้นเรื่อย ๆ เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายเสื่อมสลายช้าลง
 
     อวัยวะหลักสำคัญ... ได้แก่ หัวใจ ไต ม้าม ตับ ปอด และอวัยวะประกอบคือ ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก กระเพาะปัสสาวะ กระเพาะอาหาร ถุงน้ำดี  แข็งแรงทำงานได้เป็นปกติสมบูรณ์
 
     ร่างกายสามารถต้านทานต่อสารพิษต่าง ๆ ได้แก่ สารเคมี ยาฆ่าแมลง มลภาวะ และก๊าซพิษ ที่เกิดจากการเผาไหม้ในอุตสาหกรรม ไอเสียจากเครื่องจักร เครื่องยนต์
 

 
กินเจเพื่อสุขภาพทานอย่างไรไม่ให้อ้วน
   รื่องใหญ่... เรื่องกังวลของคนที่กำลังลดน้ำหนัก หรือ อยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนัก ที่มีกับเทศกาลถือศีลกินผักนี้คือ กลัวว่าการทาน "เจ" ที่มีแต่อาหารที่มีแป้งเป็นหลัก จะทำให้น้ำหนักจะขึ้น

     หรืออาหารเจจะทำให้
 (อ้วน) ซึ่งความจริงตามหลักการแล้ว อาหารทุกอย่างไม่ได้ทำให้อ้วน ขึ้นอยู่กับว่าเราทานมันมากเกินความพอดีหรือไม่ต่างหาก

     ถึงแม้ว่า
"อาหารเจ" จะมีแป้งเป็นส่วนประกอบหลัก แต่หากเราเลือกและกะปริมาณอย่างพอดี ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็ไม่ต้องกังวลว่าการถือศีลกินผักจะทำให้โปรแกรมการลดน้ำหนักของเราล้มเหลว

เทคนิคของการเลือกอาหารเจให้ได้พลังงานที่เหมาะสม

     คือ...พยายามหลีกเลี่ยงอาหารทอดทุกชนิด ทั้ง เผือกทอด เต้าหู้ทอด เปาะเปี๊ยะ ขนมอบ เบเกอรี่ต่างๆ อาหารแปรรูป

     เลือกอาหารที่มีผักเป็นส่วนประกอบหลัก ปรุงโดยด้วยวิธีการ ต้ม นึ่ง เผา หรือย่าง หากคุณจำเป็นต้องพึ่งพาร้านอาหารสำเร็จรูปเป็นหลัก ให้ใส่ใจเลือกเมนูที่มันน้อยหน่อย

     จำกัดปริมาณข้าวแป้งให้พอเหมาะ ตามสัดส่วนของพลังงาน และ ปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายต้องการ  เพราะใน
"อาหารเจ" ส่วนมากจะมีการใส่โปรตีนเกษตร หรือ หมี่กึงที่ทำจากถั่วเหลือง ซึ่งมีทั้งโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตรวมกันอยู่
 
 
***************************
สนใจติดตามข้อมูล อ่านต่อได้ที่ 
www.facebook.com/Letterplanet.fan

 
Post by : Letter Planet Reporter
บทความคัดสรรค์ จากทีมงาน LetterPlanet.com
ติดตามแฟนเพจของพวกเราได้ที่ LetterPlanet

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles