[Smart Choice ]  [article] จุดเปลี่ยนสู่ความสำเร็จอีกขั้นในชีวิตของ Shy-Klang Barber Shop

 
 
 

จุดเปลี่ยนสู่ "ความสำเร็จ" อีกขั้นในชีวิตของ

Shy-Klang Barber Shop

....................................................

    การสร้างจุดเปลี่ยนในชีวิต ด้วยการเดินตามความฝันของตัวเอง มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และจะมีสักกี่คนที่จะประสบความสำเร็จ

       วันนี้ The Message ขอหยิบเอาความตั้งใจของ “ชายกลาง” มาจุดประกายไฟ และสร้างแรงบันดาลใจให้ได้ ฟังกัน… (สัมภาษณ์ที่นี่ที่แรก)
 


 

Q:แนะนำตัวกับเพื่อนๆ The Message กันหน่อย ?
 

       สวัสดีครับ ผมชื่อ อัตพล ทองยา ชื่อเล่น ชายกลาง เป็นเจ้าของร้านตัดผม Shy-Klang Barber Shop
 


 

Q:ก่อนจะมาทำร้านตัดผม มีอาชีพประจำมาก่อน คือ…
 

       เป็น Producer Event นิตยสารแฟชั่นในเครืออมรินทร์ คือ แพรว สุดสัปดาห์
 

Q:อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ออกมาเป็นนายตัวเอง

       การทำงานในช่วงนั้น มันเป็นอะไรที่น่าเบื่อ เพราะผมต้อง Fix เวลาในการตื่นนอนแต่เช้าทุกวัน ต้องเข้านอนเป็นเวลา แล้วก็เบื่อการเดินทางด้วย ซึ่งเราต้องใช้เวลาอยู่ในรถ อย่างน้อย 1 ชั่วโมงครึ่ง อยู่แบบนี้ทุกๆวันมันก็เครียด แล้วการทำงานของผม มันต้องดีลงานหลายฝ่าย ทำงานกับคนหลายคน ซึ่ง 100 คน ก็ 100 เรื่อง ในตอนนั้นการทำงานของผมกว่าจะเสร็จแต่ละครั้ง มันเลยต้องใช้เวลานานพอสมควร

        และระบบการจัดการของเราในตอนนั้น มันทำให้เครียดกับ
Timeline ในการทำงานด้วย แต่ก็ไม่ได้มีข้อเสียไปทั้งหมด เพราะมันทำให้ผมมีระบบการจัดการที่ดี จนมาถึงทุกวันนี้ ผมเอาระบบการจัดการทุกอย่างมาช่วยในการทำร้านด้วย ก็ช่วยเรื่องการ Manage ต่างๆได้ดี และมันก็ส่งผลให้ทุกอย่างที่ผมกำลังทำลงตัวได้ง่ายมากขึ้น

 


 

Q:ตัดสินใจยากมั้ย? ตอนที่ออกมาจากการทำงานประจำ

       ยากครับ เพราะว่าตอนนั้นที่เราทำงาน เราคิดว่า "มันก็มั่นคง เพราะเป็นองค์กรใหญ่" มีเงินเดือนเข้าแบงก์ทุกเดือน ด้วยเงินเดือนที่โอเค มี Connection ที่ดี แล้วมีเวลาไปรับ Job ด้วย ถ้าพูดถึงเศรษฐกิจแบบนี้ อยู่แบบนั้นมันก็ดีแล้วครับ ไม่มีความเสี่ยง ซึ่งผมทำงานได้ประมาณ 3 ปี สำหรับ อาชีพ Producer Event และนั่นคือ สถานีสุดท้ายของการเป็นพนักงานออฟฟิศ 
 


 

Q:จุดเริ่มต้นของการเรียนตัดผม

       ผมเลือกเรียนที่ศูนย์ฝึกอาชีพจตุจักร เสียค่าเรียน 30 บาท ใช้ระยะเวลาเรียน 4 เดือน เฉพาะเสาร์-อาทิตย์ จุดที่เริ่มเรียนตัดผม เกิดจากการที่เราก็เป็นคนหนึ่ง ที่ต้องตัดผมทุกเดือนมีช่างประจำ แล้วก็ตัดกับช่างตัดผมคนอื่นไม่ได้ จังหวะนั้นมันต้องตัดจริงๆ แต่ช่างไม่อยู่ ก็เลยต้องไปตัดกับช่างอีกคน ซึ่งอยู่ร้านเดียวกันนั่นแหละ ซึ่งมันไม่ถูกใจ ออกมาเป็นทรงอะไรก็ไม่รู้ หลังจากตัดผมเสร็จคือ ซื้อหมวกเลย ตอนนั้นขาดความมั่นใจมากๆครับ
 


 

       แล้วก็มานั่งคิดในใจว่า นั่นมันอาชีพเดียวกันนะ ต่อให้เราใช้อุปกรณ์เหมือนกัน อะไรเหมือนกันทุกอย่างแต่ทำไม? พอเปลี่ยนช่างตัดผม ทุกอย่างมันก็เปลี่ยนตาม ก็เลยคิดว่าไปเรียนตัดผมเลยดีกว่าไหม ? 

       
ซึ่งจริงๆแล้วจุดประสงค์ที่ไปเรียน คือ อยากเรียนเพื่อมาตัดผมตัวเอง ไม่จำเป็นต้องง้อ ตัดผมเองก็ได้ ที่คิดตอนนั้น แต่พอเริ่มเรียนแล้วมันสนุก เป็นการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุดเลยชอบตรงนี้ อย่างน้อย มันก็มีวิชาชีพติดตัว 

 


 

Q:แรงบันดาลใจ และจุดเริ่มต้นที่มาของร้าน Shy Klang Barber Shop

       ไม่มีแรงบันดาลใจใดๆทั้งสิ้นครับ คือ รู้แค่ว่ามันมีวิชาชีพติดตัวที่เราสามารถทำเงินได้ หลังจากที่ผมได้ไปเรียนแล้วรู้สึกว่าเรามาถูกทาง จนเริ่มจับทางตัวเองได้และก็มี Feedback ที่ดีมาเรื่อยๆ พอรู้สึกว่าคล่องมือ เลยหาร้านเป็นช่างตััดผมเวลาว่างหลังจากที่เลิกงาน จนเรามีความมั่นใจ ได้วิชามากขึ้นจากเพื่อนร่วมอาชีพด้วยกัน 
 

       และก็มีครูพักลักจำ จนทำให้รู้ตัวว่าสามารถตัดผมได้หลากหลายทรง ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้แล้ว ลูกค้าชอบ มีรอยยิ้ม นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุด ซึ่งเก็บจากตรงนั้นมาจนเต็ม บวกกับการเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาระยะเวลาประมาณหนึ่ง ถ้านับแล้วก็ประมาณ 5 ปีได้ ที่อยู่ในวงการตัดผม
 

       เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คิดว่า ถ้าไม่ทำตอนนี้จะไปเริ่มตอนไหนก็ไม่รู้ และคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่มันต้องเป็นของเราเอง เพราะว่าการทำงานอะไรก็แล้วแต่ ในความคิดส่วนตัว ถ้าไม่ใช่ของเราเอง มันทำได้ไม่สุด เลยตัดสินใจลองสักตั้ง กับการเปิดร้าน Shy-Klang Barber Shop 
 


Q:ทำไมถึงเลือก Location ชานเมือง


        เพราะในเมือง การแข่งขันมันสูงมาก ราคาค่าเช่าค่อนข้างสูง ที่มาเปิดที่นี่คือ 1.ค่าเช่าเรารับได้ 2.ฐานลูกค้าเก่าเรามี 3.วัดดวง คือ ไม่รู้ว่าหัวหรือก้อยด้วย อยู่ที่เราอยากทำ เพราะถ้าไม่ทำก็ไม่รู้ว่ามันจะรอดหรือไม่รอด ทิ้งงานประจำ และตั้งใจทำงานตรงนี้ให้เต็มที่กับมัน 

        แต่ในความรู้สึกส่วนตัว รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนโชคดี ที่ลูกค้า
เชื่อใจ ไว้ใจ อาจด้วยผลงานของเรา และความมีมนุษยสัมพันธ์ที่เรามีต่อลูกค้า ทำให้มีการบอกต่อ หรือบางคนก็ตามมาที่ร้านเพราะดูจากโซเชียล

 



Q:จุดเด่น และความแตกต่างของ Shy-Klang Barber Shop 

        เราไม่ได้คิดว่าคนที่เข้ามาใช้บริการเป็นลูกค้า แต่จะคิดว่าทุกคนที่เข้ามา คือ เพื่อน พี่น้อง การทำความรู้จัก พูดคุยด้วยความเป็นกันเอง สร้างบรรยากาศที่ดี 

        จะทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นในตัวเราได้ และหัวใจสำคัญ คือการเอาใจใส่ทุกรายละเอียดทำทุกอย่างให้เขาดูดี และประทับใจมากที่สุด

 


Q:Signature การตัดผมของ Shy-Klang Barber Shop

      Signature ของเราเป็นลักษณะงานแบบพลิ้วๆ ไม่ได้คมกริบหรือขอบชัด แต่จะเน้น ความเป็นธรรมชาติ มากกว่าครับ

 


Q:เลือกที่จะตกแต่งร้าน เพื่อตอบสนองตัณหาของตัวเอง

       ใช่ครับ ทั้งหมดเพื่อตอบสนองตัณหาตัวเอง อย่างร้านอื่นอาจจะเป็นรูปที่มีแบบทรงผม เป็นรูป Reference งานจากต่างประเทศ แต่ของผมจะเป็นรูปของตัวเองเพื่อเก็บไว้ดูตอนแก่ และที่สำคัญ คือ เผื่อผมมีลูกผมก็จะเก็บไว้ให้ลูกดู ว่าตอนเราเป็นหนุ่มๆ สไตล์เราเป็นแบบนี้



Q:มองภาพอนาคตตัวเองหลังจากนี้เป็นอย่างไร?

       ณ ตอนนั้น ผมอยากจะมีช่างอยู่ในร้าน ผมก็อาจจะเป็นตาแก่คนหนึ่งที่ตัดผมลูกค้าประจำ วันละ 4-5 คน ทำที่นี่ให้เป็นเหมือน Landmark ใครที่มาลำลูกกาต้องนึกถึงที่นี่ และถ้าอยากตัดผมต้องนึกถึงที่นี่เช่นกัน

       และหลังจากนี้ ผมก็อยากทำซาลอน อยากเรียนเพิ่มทำให้มันได้ครบ เพื่อขยายฐานลูกค้าตัวเองออกไปด้วย ทั้งผู้หญิงและทั้งผู้ชาย คงต้องรอให้ที่นี่มันนิ่งสักพักหนึ่งก่อนครับ



 

 Q:บอกเล่ามุมมองความคิดที่มีคนบอกว่า มีไม่กี่อาชีพที่ทำให้คนสวย/หล่อ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ "ช่างตัดผม"


       ผมว่ามันจริงนะ เพราะ ทรงผมมันเปลี่ยน Character คน มันคือ First Impression ที่สำคัญ มันรวมไปถึงเสื้อผ้า ทุกอย่างทั้งหมด อาชีพนี้มันเป็นอาชีพที่ได้รับรอยยิ้มจากลูกค้า แต่ในมุมมองกลับกัน ถ้าคุณบริการไม่ดี ก็จะทำให้ติดลบเช่นกัน นอกจากเราจะต้องมั่นใจในตัวเองแล้ว ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าว่าเราสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
 


 

Q:อยากให้ฝากอะไรถึงคนที่มีความคิดอยากจะเป็นนายตัวเอง และมีแนวทางที่อยากจะเป็นช่างตัดผมเหมือนกัน

       อยากแนะนำว่า ต้องรักมันก่อน ต้องรักมันจริงๆ ทำมันให้เป็นอาชีพ ไม่อยากให้คิดว่ามันเป็นกระแส คือ ถ้าคุณจะทำอะไรสักอย่าง คุณต้องเอาให้สุด ต้องทำให้มากกว่าคนอื่น คุณอยากมีโอกาสที่ดีคุณต้องไขว่คว้า ไม่ใช่ย่ำอยู่กับที่ทำอะไรเดิมๆ ซึ่งประสบการณ์มันต้องออกไปหาข้างนอก แล้วเก็บเกี่ยวมาเป็นแรงผลักดัน
 


 

       เพราะถ้าคุณทำมันด้วยใจจริงๆ คุณต้องคิดว่านี่คือ อาชีพของเรา มันจะต้องเลี้ยงดูครอบครัวเราได้ และต้องมีการวางแผนที่ดี ซึ่งการวางแผนนี้สำคัญมาก ยุคนี้การทำธุรกิจมันยาก ไม่ใช่เรื่องง่าย การแข่งขันสูง สำหรับคนที่ไม่มีต้นทุน ถ้าพลาดแล้วคือ ล้มเลย เหมือนผมที่ไม่มีต้นทุนมาก่อน ผมเริ่มจากศูนย์ แต่มันมีความโชคดีที่ลูกค้าประทับใจและอยู่กับเรา บวกกับความตั้งใจและทำมันอย่างเต็มที่ แล้วมันจะเห็นผลแน่นอน
 

"เอาจริงๆ อาชีพตัดผมมัน ไม่ได้เท่และสบาย อย่างที่ใครหลายๆคนคิดนะ 
ถ้า ไม่จริงจัง ไม่ใส่ใจ ไม่ทำจริงๆ ไปไม่รอดหรอก"

 


 

Q:ฝากช่องทางการติดต่อ Shy-Klang Barber Shop

Fanpage : Shy-Klang Barber Shop

Facebook : Attapon Thongya


Instagram : @shyklangbarbershop

เบอร์โทรศัพท์ : 091-010-8783

ID Line : shy-klang

เปิดทุกวัน (ปิดวันจันทร์วันเดียว) 10.00 - 20.00 น.
 

       ช่วงกลางคืนหลังจากปิดร้านตัดผมก็จะเป็นบาร์ให้มีทุกคนมานั่งดื่มเบาๆ และที่เปิดเพราะสนองตัณหาตัวเองอีกเช่นกัน เพราะจริงๆแล้ว ร้านตัดผมมันเหมือนเป็นสมาคม เหมือนสภากาแฟ ที่มีผู้ชายมานั่งคุยกันทุกเรื่อง ซึ่งแนวเพลงที่เปิดคือ แนวคันทรี ฝากเรียนเชิญทุกคนด้วยนะครับ

..............................

        วันนี้ได้เห็นถึงเส้นทางชีวิตของ "ชายกลาง" กันแล้ว ที่นอกจากจะสร้างสรรค์แรงบันดาลใจ  และยังสร้างรอยยิ้ม ได้อย่างแน่นอน ซึ่งชายกลางได้ทำให้เห็นแล้วว่า สิ่งหนึ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จได้ง่ายนั้น  คือ ต้องอยู่กับสิ่งที่รัก ทำในสิ่งที่รัก และมุ่งมั่นที่จะก้าวไป ความสำเร็จก็จะอยู่แค่เอื้อม...
 

สัมภาษณ์/เรียบเรียง : กัน

Created date : 26-01-2018
Updated date : 26-01-2018
Post by : Letter Planet Reporter
บทความคัดสรรค์ จากทีมงาน LetterPlanet.com
ติดตามแฟนเพจของพวกเราได้ที่ LetterPlanet

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles