[Smart Choice ]  [article] ชาเขียว ดื่มอย่างไรได้ประโยชน์เต็ม ๆ

 
 
 
 [ เห็นเคล็ดลับเร่งการเผาผลาญ มักแนะนำให้ดื่ม ชาเขียว ]
...
       และนอกจากนี้ ยังให้ข้อมูลว่าชาเขียวช่วยป้องกันโรคหัวใจและมะเร็งได้ ก็ชักอยากรู้แล้วสิว่า ชาเขียว มีประโยชน์มากขนาดนั้นเชียวหรือนี่  เลยขอหยิบบทความดี ๆ เรื่องชาเขียว มาฝากคนชอบดื่มชา ถึงเวลาหาคำตอบที่ทุกคนอยากรู้

       ขึ้นชื่อว่า
"ชา" ใคร ๆ ก็ยกให้เป็นเครื่องดื่มยอดนิยม และก็มีแนวโน้มการบริโภคที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่ผู้บริโภคนิยมดื่มนะ แต่ผู้ผลิตก็นิยมสร้างสรรค์ชาใหม่ ๆ ขึ้นมาอีกมากมาย
 

 
       ในปัจจุบันการผลิต "ชาเขียว" ในรูปแบบของการเป็นเครื่องดื่มสำเร็จรูปก็มีจำหน่ายกันอย่างแพร่หลาย ทำให้สะดวกต่อการบริโภค และด้วยรสชาติที่ความอร่อย ทำให้รู้สึกสดชื่น

       รวมไปถึงการโฆษณาของผลิตภัณฑ์ชาเขียว หรือมีข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับสรรพคุณของการดื่ม
ชาเขียว ที่มีต่อร่างกายมากมาย เหล่านี้จึงเป็นแรงจูงใจทำให้กระแสการ บริโภคชาเขียวเพิ่มขึ้น จนอาจก่อให้เกิดพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม หรือบริโภคในปริมาณที่สูงเกินไปโดยไม่ทราบถึงผลกระทบต่อร่างกาย
 
  .....ดังนั้นผู้บริโภคจึงควรทราบถึงข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ ชาเขียว ว่าจะต้องเลือกบริโภคอย่างไรถึงจะได้ประโยชน์อย่างสูงสุด และไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย
 

 
รู้จัก ชาเขียว ดีแค่ไหน
       ชาเขียว (Green tea) คือ ชาที่ได้มาจากต้นชา ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Camellia sinensis ซึ่งชาชนิดนี้จะไม่ผ่านขั้นตอนการหมักเลย เตรียมได้โดยการนำใบชาสดมาผ่านความร้อนเพื่อทำให้ใบชาแห้งอย่างรวดเร็ว
       ซึ่งวิธีการก็คือเมื่อเก็บใบชามาแล้วก็นำมาทำให้แห้งอย่างรวดเร็วในหม้อทองแดงโดยใช้ความร้อนไม่สูงเกินไปและใช้มือคลึงเบา ๆ ก่อนแห้ง หรืออบไอน้ำในระยะเวลาสั้น ๆ แล้วนำไปอบแห้งเพื่อยับยั้งการทำงานเอนไซม์ (ความร้อนจะช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ทำให้ไม่เกิดการสลายตัว)

       จึงได้ใบชาที่แห้งแต่ยังสดอยู่ และมีสีที่ค่อนข้างเขียว จึงเรียกกันว่า
"ชาเขียว" และการที่ใบชาที่ได้นั้นไม่ผ่านขั้นตอนการหมัก จึงทำให้ใบชามีสารประกอบฟีนอลหลงเหลืออยู่มากกว่าใน อู่หลงและชาดำ (สองชนิดนี้คือชาที่ผ่านการหมัก) จึงทำให้ชาเขียวมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาทั้งสอง โดยชาเขียวจะมีสาร EGCG ประมาณ 35-50% ส่วนชาอู่หลงมีประมาณ 8-20% และชาดำจะมี EGCG อยู่เพียง 10%
 
 
ประโยชน์ของชาเขียว
       สารสำคัญที่พบได้ใน ชาเขียว จะประกอบไปด้วย
  • กรดอะมิโน
  • วิตามินบี
  • วิตามินซี
  • วิตามินอี สารในกลุ่ม xanthine alkaloids คือ คาเฟอีน และธิโอฟิลลีน ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง และสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ที่เรียกว่า คาเทชิน
       การดื่มชาเขียวให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เนื่องจากสาระสำคัญในใบชาเขียวกลุ่มโพลีฟีนอล ที่ชื่อว่า เคทิชิน (Catechins) จะทำหน้าที่จับกับอนุมูลอิสระและขัดขวางการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยต้านโรคภัยได้มากมาย เช่น
  • ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ
  • โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคมะเร็ง แต่ก็มีหลากหลายความเชื่อเกี่ยวกับสรรพคุณของชาเขียว บ้างถูกบ้างผิด

ท้องผูกเพราะชาเขียว
       ในชาเขียวมีสารแทนนิน (Tannin) ที่มีฤทธิ์ฝาดสมานและเป็นสารที่ช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย จึงเป็นไปได้ ถ้าดื่มชาปริมาณมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นชาเขียวแบบชง หรือ แบบพร้อมดื่ม ก็สามารถทำให้ท้องผูกได้

ดื่มชาเขียวแช่เย็นมีประโยชน์หรือโทษ
       ในโลก social network สงสัยถึงประโยชน์ของชาเขียวแช่เย็นเพราะเมื่อเทน้ำชาเขียวเย็นลงไปในชามก๋วยเตี๋ยวแล้วจะพบคราบไขมันลอยจับที่ชามก๋วยเตี๋ยวทันที ทำให้ไม่แน่ใจว่าทานแล้วร่างกายจะได้ประโยชน์หรือโทษกันแน่

       มีการวิเคราะห์ว่าการเทน้ำเย็น ๆ ไม่ว่าน้ำอะไรก็ตามลงไปในชามก๋วยเตี๋ยว จะเกิดเป็นไข้ได้ทั้งนั้น ซึ่งเป็นปฏิกิริยาของไขมันที่เปลี่ยนอุณหภูมิกะทันหันนั่นเอง ดังนั้นการดื่มชาเขียวร้อนหรือชาเขียวเย็นไม่น่าจะแตกต่างกัน

 
ดื่มชาเขียวปริมาณเท่าไรจะได้ประโยชน์
       การรับประทานชาเขียวให้ได้สารต้านอนุมูลอิสระ จะต้องชงชาเขียวเข้มข้นแบบญี่ปุ่น และต้องดื่มชาเขียวอย่างน้อยวันละ 20 แก้ว เป็นประจำทุกวัน จึงจะสามารถป้องกันมะเร็งได้ ซึ่งในทางปฏิบัติอาจทำได้ยาก และยิ่งการดื่มน้ำชาเขียวปัจจุบันเป็นชาเขียวที่เจือจาง ทั้งยังปรุงรสแต่งกลิ่นและรสด้วยน้ำตาล ซึ่งหากดื่มมาก ๆ อาจทำให้เกิดโรคอ้วนได้
 
       ส่วนการดื่มชาร้อนนั้น มีผลวิจัยทางการแพทย์ระบุว่า สารต้านอนุมูลอิสระในชาจะหายไปประมาณ 20% หากโดนความร้อนนาน ๆ และให้เคล็ดลับการชงชาเขียวให้สารต้านอนุมูลอิสระคงอยู่ ทำได้โดยบีบมะนาวลงไประหว่างชงชา จะคงประโยชน์ของชาไว้ได้มากที่สุด

 
ยังคงยืนยันคำเดิมเสมอว่า พืช ผัก อาหารทุกอย่างนั้นมีประโยชน์ แต่ถ้ากินมากเกินไปก็มีโทษได้เหมือนกัน ข้อสำคัญคือกินให้พอดี และรู้จักวิธีกินให้ได้ประโยชน์จากอาหารนั้น ๆ มากที่สุด
 
***************************
สนใจติดตามข้อมูล อ่านต่อได้ที่ 
www.facebook.com/Letterplanet.fan
 
Created date : 29-01-2018
Updated date : 29-01-2018
Post by : Letter Planet Reporter
บทความคัดสรรค์ จากทีมงาน LetterPlanet.com
ติดตามแฟนเพจของพวกเราได้ที่ LetterPlanet

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles